“หลักสูตรการผลิตครู 5 ปี หรือ 4 ปี ดีกว่ากัน”

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่ยืนยันว่า จำนวนปีในการผลิตครูไม่ใช่สาระสำคัญ แต่อยู่ที่กระบวนการผลิต อีกทั้งผู้ปกครอง ครูและผู้เรียนก็เห็นด้วยกับหลักสูตรครู 4 ปี ขณะที่งานวิจัยคุรุสภาก็ชี้ให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการเรียนครู 5 ปี สูงมาก  ถ้าย่นหรือลดเวลาลงเหลือ 4 ปีโดยที่ยังสามารถผลิตบัณฑิตครูที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับหลักสูตร 5 ปี  ก็จะช่วยประหยัดให้กับทุกฝ่าย ทั้งนี้มีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ที่ทาง มศว ได้เปรียบเทียบโครงการเพชรในตม หลักสูตร 4 ปี 22 รุ่น กับหลักสูตร 5 ปี 6 รุ่น ที่เห็นชัดว่าคุณภาพบัณฑิตไม่แตกต่างจากกัน ดังนั้นก็น่าคิดว่าจะเรียน 4 ปี หรือ 5 ปี ก็ไม่มีผลต่อคุณภาพบัณฑิต

สั่นสะเทือนวงการวิชาชีพครูกันอีกครั้งเมื่อคุรุสภายอมรับข้อเสนอของที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคศท.) ขอให้กลับไปผลิตครูหลักสูตร 4 ปีตามเดิมที่เปลี่ยนจากหลักสูตร 4 ปี มา 5 ปี ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันว่า “หลักสูตรการผลิตครู 5 ปี หรือ 4 ปี ดีกว่ากัน” ซึ่งมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหรือคัดค้านกันหลายเหตุผล สุดท้ายแล้วก็ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องไปทำมาตรฐานวิชาชีพครูมาพิสูจน์กันให้รู้แน่

โดยก่อนหน้านี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง บอกถึงเป้าหมายว่า ระบบการผลิตครูใหม่จะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2561 ซึ่งหากตกลงไม่ได้และต้องมี 2 ระบบ ก็จะต้องไม่ทำให้ผู้เรียนหลักสูตร 5 ปี และ 4 ปีมีผลกระทบ “ในต่างประเทศจะพบว่าหากระบบใดระบบหนึ่งไม่ลงตัว ใช้ไม่ได้ผลก็จะมีการเปลี่ยนระบบใหม่หรือมีหลายระบบได้ เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องมาวัดกันที่ผลผลิต โดยที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการวิจัยของสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เกี่ยวกับการผลิตครูหลักสูตร 5 ปี พบว่า มีจุดอ่อนที่เน้นเนื้อหา เด็กต้องเสียเวลาเรียนเพิ่มขึ้น 1 ปี โดยมีผลวิจัยมาเทียบว่าเด็กที่จบหลักสูตร 5 ปี กับ 4 ปี มีคุณลักษณะไม่แตกต่างกัน และจากข้อมูลการผลิตครูพบว่า ในแต่ละปีมีการผลิตครูถึง 5 หมื่นคน โดยมีค่าใช้จ่าย 1 แสนบาทต่อคนต่อปี ฉะนั้นหากเด็กต้องเรียนเพิ่มขึ้น 1 ปีในหลักสูตร 5 ปี ทั้งเด็กและรัฐจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มกว่า 8 พันล้านบาท บางคนก็ให้ความคิดเห็นว่าการผลิตครูขึ้นอยู่กันประบวนการ”   

ที่ผ่านมา“สคศท.” ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการผลิตครูหลักสูตร 5 ปี และ 4 ปี รวมถึงการสอบขอรับใบอนุญาติประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ได้แนวทางในการดำเนินการปฏิบัติในปีการศึกษา 2561 ในวันที่ 13 ก.ค. 2560 โดยมี รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะประธาน แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้แต่อย่างใด

การผลิตครูหลักสูตร 5 ปี หรือ 4 ปี นั้น ที่ประชุมมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยให้ใช้การผลิตครูหลักสูตร 5 ปีต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคณบดีคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎที่ยึดตามมติอธิการบดี มรภ. ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งนั้น เห็นควรว่าต้องปรับปรุงระบบการผลิตครู เป็นนวัตกรรมหลักสูตร 4 ปี เช่นเดียวกับนานาชาติ

ทั้งนี้หลักสูตรครู 5 ปี เริ่มใช้ในไทยเมื่อปีการศึกษา 2547 ดังนั้นคณบดีคระครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ รวมไปถึงครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่ที่สอนสายครูในทุกวันนี้ ล้วนเป็นผลผลิตของหลักสูตรครู 4 ปี ถ้าครูเหล่านี้ทุกคนเป็นครูคนที่มีคุณภาพ ก็แล้วทำไมจะผลิตลูกศิษย์ครูที่มีคุณภาพเหมือนพวกท่านทุกคนไม่ได้

ในการ นพ.ธีระเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่าสามารถมีระบบการผลิตครู 2 ระบบที่แตกต่างกันได้ ทั้งนี้ การผลิตครู 2 ระบบ เป็นเรื่องที่หลายประเทศดำเนินการอยู่ เพื่อเป็นโอกาสในการพัฒนาหลักสูตรให้มีความเข้มข้นและผู้เรียนได้มีทางเลือกมากขึ้น เช่น หลักสูตร 5 ปี จบออกมาได้เงินเดือนมากกว่า ส่วนหลักสูตร 4 ปี ได้ทำงานเร็วกว่า หากมีการผลิตครู 2 ระบบ ทั้งหลักสูตร 5 ปีและหลักสูตร 4 ปี จริง ก็จะต้องมีการดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตร 4 ปี ให้ชัดเจน โดยคุรุสภาต้องเป็นผู้กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ต้องกำหนดมาตรฐานกรอบคุณวุฒิให้สอดคล้องกับหลักสูตร 4 ปี

ทั้งนี้ ที่ประชุม สคศท. จะนำผลการประชุมดังกล่าวนำเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบมาตรฐานวิชาชีพครู ของคุรุสภา เพื่อพิจารณาก่อนรอให้ รมว.ศึกษาธิการ เป็นผู้ตัดสินว่าจะให้ใช้ 2 ระบบ ได้หรือไม่ ถ้าได้ หลังจากนี้การผลิตครูคงหลากหลาย แต่จะเกิดผลดีหรือผลเสียอีกหรือไม่  เรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันให้เป็นที่แน่ชัด

 

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร/รายงานและภาพประกอบข่าว

Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น