ตอง – นฤมล หนึ่งปีกับชีวิตนิสิตทุนแลกเปลี่ยน

ใครอยากเป็นนิสิตทุนยกมือขึ้น!!!  Interview  มีบทสัมภาษณ์ดีๆจากรุ่นพี่ดีกรีนิสิตแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นมาฝากกันค่ะ เขาคนนี้เรียนคณะ International Studies ใครที่สนใจอยากเรียนต่อที่ญี่ปุ่น อยากรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร ชีวิตที่นู้นลำบากไหม ไปติดตามพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ 

ก่อนอื่นแนะนำตัวให้เพื่อนๆรู้จักหน่อยค่ะ 
สวัสดีค่ะ “ตอง” นฤมล เพชราภรณ์ เอกภาษาญี่ปุ่น คณะมนุษยศาสตร์ ตอนนี้ตองลาพักการเรียนปี 3 เทอม 2 เอาไว้ เพื่อมาแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น กลับไปก็จะเป็นพี่ปี 5 ค่ะ  ตอนที่อยู่ไทยก็จะชอบช่วยงานของทาง PRswu ค่ะ ถ้าทุกคนยังจำ “ดีเจตอง” คลื่น swuwave ได้ ตองก็จะดีใจมากๆค่ะ ตอนนี้เรียนคณะ International Studies ที่ Ryukoku University เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นค่ะ
ปัจจุบันก็เรียน ทำงาน และท่องเที่ยวค่ะ ที่ญี่ปุ่นจะมีประเภทงานที่เรียกว่า “อะรุไบโต่ะ” จะคล้ายๆกับงานพาร์ทไทม์ค่ะ ตองก็ได้งานรีเซฟชั่น หรือ Front desk ของโรงแรมแห่งนึงค่ะ ซึ่งลูกค้าโรงแรมส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ นอกจากได้ภาษาญี่ปุ่นแล้ว เราก็สามารถพัฒนาภาษาอังกฤษได้ด้วยเช่นกันค่ะ

ไปไงมาไงถึงได้เป็นนิสิตทุนแลกเปลียน 
เป็นความใฝ่ฝันของตองเอง ที่อยากจะมาแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจังหวัดเกียวโต ตองอยากทำงานบริษัทท่องเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ จึงคิดว่า การที่เราได้มาเรียนแลกเปลี่ยน 1 ปี จะทำให้เราได้พัฒนาทั้งทักษะภาษาญี่ปุ่น เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น ได้ท่องเที่ยวในประเทศที่เราชอบ เพื่อนำไปต่อยอดให้กับการงานในอนาคตได้ค่ะ จึงคิดจะมาแลกเปลี่ยนซึ่งโชคดีมาก ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของเราได้ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นหลายๆแห่ง นิสิตเอกภาษาญี่ปุ่นทุกคนจึงมีโอกาสที่จะชิงทุนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นได้ค่ะ การชิงทุน ก่อนอื่นเราก็ต้องสมัครทุน ต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นและผลการเรียนตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ผ่านการสอบข้อเขียน และการสอบสัมภาษณ์ ค่ะ

มีเกร็ดแนะนำในการเตรียมตัวขอทุนอย่างไรบ้าง
อย่างแรกเลยคือ ตั้งใจเรียนให้ได้ผลการเรียนดี สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น และเตรียมตัวสอบชิงทุน คือหาข้อมูลมหาวิทยาลัยที่เราอยากจะไปแลกเปลี่ยนให้ได้มากที่สุด รู้เยอะยิ่งดีค่ะ หาข้อมูลจังหวัดที่เราอยากจะไป เตรียมสอบข้อเขียน และเตรียมสอบสัมภาษณ์ ซึ่งจะมีทั้งสัมภาษณ์เป็นภาษาญี่ปุ่น และภาษาไทย อาจจะมีภาษาอังกฤษสำหรับบางมหาวิทยาลัย จัดการทำพาสปอร์ตให้พร้อม ส่วนเรื่องของการใช้ชีวิต ก็ต้องปรึกษาทางครอบครัวเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ เพราะทุนบางมหาวิทยาลัยเราจะได้แค่ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็จะต้องออกเอง เพราะฉะนั้นเรื่องเงินก็เป็นเรื่องสำคัญค่ะ เรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน จริงๆเรื่องที่ต้องระวังมากที่สุดเลยคือ อากาศที่แตกต่างค่ะ ที่นี่จะมีหน้าหนาว ซึ่งอุณหภูมิ แน่นอนว่ามีติดลบ ก็ต้องฟิตร่างกายให้พร้อมนั่นเองค่ะ

เล่าบรรยากาศตอนสอบสัมภาษณ์หน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
ตื่นเต้นมากค่ะ แต่พอสัมภาษณ์เสร็จก็โล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย กรรมการจะถามเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นและจังหวัดที่เราอยากจะไป ความรู้ทั่วไปของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เรื่องการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เรื่องค่าใช้จ่ายว่าจะไหวไหมถ้าไม่ได้รับทุนค่าใช้จ่าย เป็นต้นค่ะ

รูปแบบการเรียนของมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร
สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติส่วนใหญ่เราจะได้เรียนคณะ International Studies ค่ะ ซึ่งเขาจะให้เราสอบวัดระดับของทางมหาวิทยาลัยอีกครั้งว่าเราควรเรียนระดับไหน เพื่อไม่ให้ยากเกินไปและง่ายเกินไปนั่นเองค่ะ บรรยากาศการเรียนในห้องเรียน สนุกมากๆค่ะ เพราะอาจารย์จะเข้าถึงนักเรียนทุกๆคนเลย ไม่มีคาบเรียนไหนที่เรานั่งเงียบเลยค่ะ คลาสเรียนที่นี่จะได้ Discussion อยู่ตลอดเวลาเลย ทำให้เราได้พัฒนาภาษาญี่ปุ่นของเราแน่นอนค่ะ

เราต้องปรับตัวด้านไหนบ้างสำหรับชีวิตนิสิตทุนแลกเปลี่ยน
จริงๆ ไม่ค่อยมีอะไรต้องปรับตัวมากนะคะ แต่เตรียมตัวมาสนุก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่ แพลนไว้ว่าเราอยากจะทำอะไรที่ญี่ปุ่นบ้าง แล้วก็ใช้ชีวิตทุกวินาทีที่อยู่ที่ประเทศนี้ให้เต็มที่ค่ะ

ประทับใจวิชาไหนที่สุดตั้งแต่เรียนมา
วิชา 口頭表現 (KoutouHyougen – โคโตเฮียวเก็ง) ค่ะ วิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับ ทักษะการพูด การนำเสนอ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบการพูดต่อที่สาธารณะชนอยู่แล้ว และรู้สึกว่าสำเนียงภาษาญี่ปุ่นของเรายังออกแนวอีสานๆบ้านเขาหน่อย เลยชอบที่จะได้พัฒนาสำเนียงและการออกเสียงให้ถูกต้องด้วยค่ะ

อยู่ที่นู้นคนเดียวมีท้อๆเหงาๆ อยากกลับบ้านบ้างไหม 
ช่วงสัปดาห์แรก มีบ้างค่ะ ตองคิดว่าเป็นเรื่องปกติของทุกคนที่ห่างบ้านมาไกลแบบนี้ เลยพยายามหาอะไรทำ เช่น ออกไปเดินเล่น กินข้าวดูหนังฟังเพลงกับเพื่อนๆ ก็ดีขึ้นทันทีเลยค่ะ พอเปิดเทอม ได้ทำงาน ก็เริ่มยุ่งมากขึ้น ไม่มีเวลานั่งเศร้าแล้วค่ะ มีแต่ความสนุก

วางแผนอนาคตของตนเองหลังจากจบการศึกษาอย่างไร
คิดว่ากลับไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรี แล้วจะเรียนต่อปริญญาโทอุตสาหกรรมท่องเที่ยวค่ะ เพราะส่วนตัวยังไม่มีความรู้ด้านนี้มากพอ ในขณะเรียนปริญญาโทอยู่ก็คิดว่าอยากจะสมัครเข้าทำงานบริษัทท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยค่ะ เพื่อที่จะศึกษาดูการทำงานในบริษัทท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วยค่ะ

สุดท้าย ฝากถึงน้องๆ ที่อยากสอบชิงทุน หรือน้องๆที่สนใจอยากจะเรียนเกี่ยวกับสาขานี้?
ถ้าเรารักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริงๆ เรามีความฝัน เราก็ทำทุกอย่างมุ่งสู่เป้าหมายไปเลย คตินี้อาจจะดูเชยไปหน่อย แต่พี่เชื่อจริงๆในคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” จริงๆนะ ขอให้ทุกคนที่มีความฝัน สู้ต่อไปนะคะ เพราะเมื่อเราทำสำเร็จแล้ว ไม่มีความสุขไหนจะมาทดแทนได้เลยจริงๆ

 

✍️เรื่อง : Keerati
📸ภาพ : Narumon

Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น