มศว ส่ง Engagement Thailand ปีหน้า ให้ ม.ราชภัฎอุตรดิตถ์

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นำคณะทำงานส่วนกิจการเพื่อสังคม โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนากิจการเพื่อสังคม และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียมจิตต์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ ในนามของการที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของเราเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Engagement Thailand ครั้งที่ 5 ที่ผ่านมาในปีนี้ ส่งมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าวในปีหน้าให้แก่คณะผู้แทนของมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ เมื่อวันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2561 ณ ห้องประชุมเอกฉันท์ ชั้น 3 อาคารประสานมิตร มศว ถ.สุขุมวิท 23 กทม.

เรื่องของ Engagement เชื่อมโยงไปถึงเรื่องของ Social Enterprise หรือ SE เมื่อหลายปีก่อนอาจเป็นเรื่องใหม่ไม่คุ้นหูสังคมไทยมากนัก เนื่องจากไทยยังไม่มีมหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จเรื่องการบูรณาการแนวความคิดกิจการเพื่อสังคมเหมือนในต่างประเทศ ฉะนั้นเมื่อทีมผู้บริหาร มศว ในยุคสมัยของผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อดีตอธิการบดี ได้หยิบยกนำเสนอเรื่องนี้และชูเป็นแนวนโยบายในการประกาศว่า มศว เป็น มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม ในเวลาต่อมากระทั่งส่งผลให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่จับตามองแก่สังคมวงกว้างในแง่มุมมองใหม่ ที่นอกเหนือไปจากการเป็นผู้นำด้านการศึกษา การผลิตวิชาชีพครูอันแข็งแกร่งยาวนาน เพื่อให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นและเป็นองค์กรสถาบันการศึกษาที่มีส่วนร่วมต่อความรับผิดชอบของสังคม อันเป็นการทำงานเพื่อสังคมที่มีความสำคัญและจำเป็นในยุคสมัยปัจจุบันอย่างยิ่ง

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นักการบริหารการศึกษาชั้นแนวหน้าของวงการศึกษาไทยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ชักนำคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้ได้เรียนรู้ ทำความรู้จักแบบเข้าถึงและเข้าใจเรื่องของกิจการเพื่อสังคม โดยการได้เห็นของจริงที่ทำในประเทศอังกฤษ มีการดูงานเรื่องกิจการเพื่อสังคมกันมาหลายครั้งหลายสถานที่ทั้งในและต่างประเทศ กระทั่งเกิดการเจรจาความร่วมมือทางวิชาการที่ยังผลประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัย ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมบทบาทภาพลักษณ์ของการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมอย่างชัดเจนมาถึงวันนี้ ความร่วมมือครั้งคราวนั้นๆ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ มศว จะได้ทำความเข้าใจและนำแนวคิด รูปแบบการดำเนินงานเพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย สังคมไทย ตลอดจนการเชื่อมโยงมาสู่การพัฒนาความเจริญก้าวหน้าในด้านการเรียนการสอน

วันนี้ มศว เริ่มต้นแล้วที่การปรับเปลี่ยนจากภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์ เป็นคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม 1 ตุลาคม 2561 สอดแทรกเรื่องนี้เข้าไปในวิชาทั่วไปที่นิสิตปี 1 ทุกคณะต้องเรียน หรือการมีแนวคิดที่ครั้งหนึ่งทีมผู้บริหารยุคนั้นกล่าวว่าจะมีโรงเรียนสำหรับผู้ประกอบการทางสังคมให้ได้เร็วที่สุด นิสิต มศว เป็นฟันเฟืองสำคัญในการไปสู่เป้าหมาย แต่ต้องมีแรงบันดาลใจใฝ่ดีและความคิดในการบริหารจัดการ เชื่อว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จ จะเกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ในไทยเหมือนอย่างที่อังกฤษ ซึ่งมีธุรกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จมากถึง 68,000 แห่ง หลังจากริเริ่มได้ประมาณ 10 ปี

สารัตถะสำคัญของการพบปะกันวันนี้ของทีมคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของเรา นอกจากการส่งมอบและรับมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Engagement Thailand ในปีหน้าที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์จะรับไปเป็นเจ้าภาพแล้วนั้น มศว ยังได้นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเตรียมจัดงาน ข้อบกพร่อง ปัญหาต่างๆ จากประสบการณ์ ซึ่งแม้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์จะออกตัวว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับ มศว แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่างาน Engagement Thailand เป็นงานที่จะช่วยแสดงศักยภาพความมุ่งมั่นของการพัฒนาชาติและสังคม สร้างจิตสำนึกไปสู่คนรุ่นใหม่ในการสร้างเสริมการมีอนาคตที่ดี มีความมั่นคงและสามารถยืนหยัดเลี้ยงตน สร้างสังคมที่ดีได้อย่างยั่งยืน ก็จะนำข้อมูลจากอดีตเจ้าภาพวันนี้ไปปรับประยุกต์ ซึ่งท่านอธิการบดีของ มศว เราก็ได้ให้ความมั่นใจด้วยว่า “ผมเชื่อว่าราชภัฎอุตรดิตถ์จะจัดงาน Engagement Thailand ได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มศว แม้จะออกตัวว่าเป็นมหาวิทยาลัยเล็กๆ แต่เมื่อได้ผ่านการจัดงานประชุมวิชาการใหญ่ๆ มาแล้ว ก็จะทำได้ดี”

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ ดร.สมปรารถนา วงศ์บุญหนัก ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนากิจการเพื่อสังคม มศว ก็ได้กล่าวเสริมให้ข้อมูลที่ทำให้เห็นแนวคิดจุดยืนของมหาวิทยาลัยเราว่า เราได้ทำงานเรื่องของกิจการเพื่อสังคมที่มีแนวคิดเน้นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ลดช่องว่างของการขาดโอกาสทางการศึกษา นำไปสู่ Theme ของการจัดงานที่ทำให้ผู้คนสนใจมาร่วมงานและเข้าใจถึงสิ่งที่มหาวิทยาลัยพยายามทำ โดยการชูประเด็นดังกล่าวและให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการจัดงานแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย เช่น ของที่ระลึก ที่ มศว มอบเป็นกระเป๋าถุงผ้าจากผ้าขาวม้าที่ผลิตขึ้นโดยชุมชนที่มหาวิทยาลัยได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนจากนครนายก การจัดให้มีละครคนตาบอดแล้วให้ผู้ร่วมคนทุกคนที่เป็นคนตาดี ได้สัมผัสกับสถานการณ์โลกมืดไปชั่วขณะ เป็นต้น ทุกสิ่งทุกอย่างได้ทำให้อยู่ในกรอบของแนวคิดการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้การรับรู้เรื่องของ Engagement Thailand ขยับเข้ามาเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราทุกคนมากขึ้น

มศว ของเราเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม เราไม่ได้ทำเพื่อมหาวิทยาลัยแต่เราทำเพื่อสังคม การทำงานเรื่อง Engagement Thailand หรือพันธกิจที่เกี่ยวกับเรื่องกิจการเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัย มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมเห็นผล แม้ว่าเราจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณมาไม่มาก แต่เราก็ทำเพื่อสังคม ทำเพื่อให้ชุมชนสังคมอยู่ได้อย่างยั่งยืน คำว่า ยั่งยืน หมายความว่าเมื่อเราได้เข้าไปทำงานเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนแล้วเขาก็ต้องอยู่ได้ด้วยตัวของเขาเอง มหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้หลากหลายศาสตร์สาขาที่จะเข้าไปบูรณาการร่วมกับความรู้ของชุมชน ที่ผ่านมาเราทำเรื่องนี้มาตลอด ล่าสุดเราก็มีคณะใหม่ที่จะตอบโจทย์เรื่องกิจการเพื่อสังคมอย่างชัดเจนเห็นผลมากขึ้นคือคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยของเรามีหน่วยงานที่ทำงานเรื่องนี้คือส่วนกิจการเพื่อสังคม มีรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการเพื่อสังคมและมีพื้นที่ชุมชนทั้งที่นครนายกและสระแก้วที่ทำให้เกิดการลงพื้นที่กับชุมชนมาอย่างเข้มแข็ง ซึ่งแม้ว่าเราจะได้ส่งมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Engagement Thailand ให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ไปดำเนินงานต่อในปีหน้า แต่ มศว ก็ยินดีที่จะเป็นพี่เลี้ยงหรือให้ข้อเสนอแนะแก่เจ้าภาพใหม่ด้วยความยินดีจากเราทุกฝ่าย อีกทั้งเรายังคงไม่ละทิ้งบทบาทหน้าที่ของการทำงานเพื่อรับใช้สังคมอย่างแน่นอน

ภัทรพร หงษ์ทอง/ข่าว
กฤชสุวัชร์ ประโยชน์พิบูลผล/ถ่ายภาพ
ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น