بازی انفجار سایت پیش بینی سایت شرط بندی
มศว – วิโนน่า ร่วมมือ “จุลินทรีย์โพรไบโอติกเชิงพาณิชย์” – PRswu

มศว – วิโนน่า ร่วมมือ “จุลินทรีย์โพรไบโอติกเชิงพาณิชย์”

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ วิโนน่า ร่วมลงนามสัญญาอนุญาตใช้สิทธิข้อมูลเทคโนโลยี จุลินทรีย์โพรไบโอติก ( probiotics) สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์สำหรับงานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมสนับสนุนภาคธุรกิจ ต่อยอดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น โดยปี 2560-2563 มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์โพรไบโอติก
ในอาเซียน มีการเติบโตมากกว่า 300 เปอร์เซ็นต์
นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ รองผู้อำนวยการ
ด้านยุทธศาสตร์และบริหารองค์กร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ องค์การมหาชน กล่าวว่า “หน่วยงานเราเป็นองค์การที่อยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. มีพันธกิจให้การสนับสนุนและการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ ผลักดันงานวิจัยให้เกิดผลจริง ใช้ได้จริง เชื่อมโยงการพัฒนาธุรกิจด้านเครือข่ายให้สู่การลงทุน อุตสาหกรรม
ซึ่งบริษัทวิโนน่าคอสเมติกส์และ มศว ก็มีบุคลากรที่ทรงคุณค่า เราเล็งเห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนางานวิจัยสู่ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์และมีความยินดีที่ได้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้า
ด้านงานวิจัยให้ก้าวไปสู่ระดับสากลในทุกมิติ”

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว กล่าวถึงความร่วมมือฯ ดังกล่าวนี้ว่า “มหาวิทยาลัยส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ทำให้เกิดองค์ความรู้ที่มีประโยชน์และต่อยอดผลงานวิจัยที่มีศักยภาพเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ ตลอดจนสร้างความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อันจะก่อให้เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเข้มแข็งให้กับมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมในประเทศด้วย
จุลินทรีย์โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เมื่อได้รับ
ในปริมาณที่เพียงพอก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นในทางเดินอาหาร สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 เป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยและมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ลดการสะสมของไขมัน ลดการอักเสบในตับ ลดลำไส้อักเสบ ยับยั้งเชื้อก่อโรค
ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้และเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่อนุญาตให้ใช้ เป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติกในอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถือเป็นจุลินทรีย์
โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย ซึ่งจะคุ้นเคยกับผู้บริโภคและนี่เป็นครั้งแรกของการนำจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่อนุญาตใช้สิทธิและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฐมทัศน์ จิระเดชะ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มศว กล่าวเสริมว่า “บทบาทของสถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย คือการสนับสนุนส่งเสริมอาจารย์ นักวิจัย ทั้งในรูปแบบของเงินทุนวิจัย การอบรมต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำวิจัยและสร้างนวัตกรรมและเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี นอกจากนี้ประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศด้วยระบบเศรษฐกิจ BCG เป็นวาระแห่งชาติ
ซึ่งงานวิจัยที่มีพิธีลงนามอนุญาตใช้สิทธิเพื่อนำเทคโนโลยีจุลินทรีย์โพรไบโอติกไปใช้ประโยชน์ในวันนี้ ถือเป็นงานวิจัยที่อยู่ภายใต้
เป้าหมายของ BCG เช่นกัน การได้สนับสนุนทางภาคเอกชนครั้งนี้ก่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ผู้ประกอบการคุณภาพอย่าง วิโนน่า อันจะส่งผลต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ก่อเกิดงานวิจัยที่จับต้องได้จากการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง”

 

 

นางนพรัตน์ สุขสราญฤดี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์วิโนน่า กล่าวว่า “แบรนด์
วิโนน่าเป็นแบรนด์เฟมินีน (feminine) แคร์ เพื่อผู้หญิงและเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต เราตั้งเป้าที่จะเป็น Start Up ในกลุ่มเฟมินีนแคร์ โดยเฉพาะที่ก่อตั้งโดยคนไทยและมีชื่อเสียงระดับเอเชีย ส่งออกไปขายแล้ว
กว่า 14 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน
เรามีลูกค้าที่เป็นผู้หญิงสองหมื่นถึงสามหมื่นคนที่ใช้ทั้งยาปฏิชีวนะและ
ไม่ปฏิชีวนะ ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย ดื้อยาและไม่ดื้อยา เราอยากจะช่วย
ยกระดับผู้หญิงกลุ่มนี้ ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งผู้หญิงกลุ่มนี้จะมีอายุอยู่ในช่วง 30 – 50 ปี เราไม่เห็นวิธีการใดจะดีไปกว่าการใช้การรักษาที่ใช้ธรรมชาติรักษาธรรมชาติ เหมือนที่เรามีจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่ดีในร่างกายผู้หญิงเรา วันนี้วิโนน่าจึงขอนำโพรไบโอติกและ Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 และยาเหน็บ ยาสอด มาทดแทนการใช้สารเคมีในร่างกายผู้หญิงและทดแทนการนำเข้า

 

ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมากเมื่อภาครัฐโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) สนับสนุนให้ภาคเอกชนได้นำงานวิจัยที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งนักวิจัยจะเปิดเผยข้อมูลเทคโนโลยีของสายพันธุ์โพรไบโอติกที่พัฒนาโดยรองศาสตราจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ คณะแพทยศาสตร์ มศว ให้แก่บริษัท ซึ่งจะนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้หญิงไทยและส่งออกไปยังฐานลูกค้าที่มีในต่างประเทศ เพื่อช่วยดูแลปัญหาที่เกิดจากระบบภายในร่างกายและฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงตลอดช่วงอายุ โดยเฉพาะช่วงวัยทอง”
ทั้งนี้โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์เมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอ จะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมสำหรับสุขภาพ “อวัยวะเพศหญิง” จุลินทรีย์ตัวนี้มีบทบาทสำคัญเพราะเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่อยู่ในช่องคลอดของผู้หญิงอยู่แล้ว ดังนั้นการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ตัวดีนี้ ทำให้ป้องกันการติดเชื้อได้ นอกจากนี้โพรไบโอติกยังช่วยย่อยโครงสร้างไฟโตเอสโตรเจนให้เล็กลง ทำให้ดูดซึมง่ายและทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้ในที่สุด อีกทั้ง
ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก ถือเป็นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตที่ได้รับความนิยมทั่วโลก การนำโพรไบโอติกไปเป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งในระหว่างปี 2560 – 2563 มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกในอาเซียน
มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 %

ภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในไทยจึงสนใจในการนำโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีการพิสูจน์คุณสมบัติ
ในการเป็นโพรไบโอติกที่ดี อยู่ในการอนุญาตขององค์การอาหารและยา (อย. ) และมีคุณสมบัติจำเพาะที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย นำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติก ช่วยลดต้นทุนการผลิตและลดความสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการนำเข้าสายพันธุ์หรือ
ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกจากต่างประเทศและโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีความจำเพาะต่อคนไทย ดังนั้น
จึงสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศได้

Share