ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีใหม่ (New Normal) งานวิจัยสร้างสรรค์ มศว เราจะอยู่กับผ้าไทยได้ทุกวัน

New Normal หรือวิถีใหม่ อาจมิได้หมายความเฉพาะการใช้ชีวิตใหม่ในช่วงที่ผู้คนทั่วโลกต่างกำลังเผชิญสู้กับโรคระบาดโควิด-19 ผ่านมาปีหนึ่งแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ในวงการแฟชั่นเองก็ได้มุ่งมั่นทำงานวิจัยใหม่ๆ ให้สอดรับกับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ด้วยเช่นกัน เฉกเช่นงานวิจัยผ้าไหมไทยผสมผสานกับผ้าทอพื้นถิ่นหลากหลายของอาจารย์วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมกับกรมหม่อนไหม
ล่าสุด จากการเผยแพร่ข่าวของไทยพีบีเอส “ผ้าไทยวิถีใหม่ : หัวใจลายผ้า” ออกอากาศเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ได้พาผู้ชมไปรู้จักกับงานวิจัยสร้างสรรค์นี้ว่า นี่คือการรังสรรค์รูปทรงได้อย่างใจคิดเพราะไม่ติดที่เนื้อผ้าอย่างเคย ชุดที่ตัดเย็บจากไหมจุล (ไหมบ้าน) หรือไหมน้อย มาผสมกับเส้นใยกัญชง คงเสน่ห์ความพลิ้วไหวของเส้นไหมและยืดหยุ่นใช้งานได้เพราะใยกัญชง ตัวอย่างจากงานวิจัยของวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว และกรมหม่อนไหม ทดลองนำสิ่งทอมาผสมผสาน หาต้นแบบของคุณภาพของเนื้อผ้าที่มีทั้งความหลากหลายและเพื่อพัฒนางานผ้าท้องถิ่น งานนี้จึงใช้วิธีทอและย้อมมือซึ่งเป็นโจทย์ยากเพราะเส้นใยนั้นหลากหลายแต่ก็กลายเป็นความสนุกของนักดีไซน์เมื่อได้เห็น textures ใหม่ๆ ที่นักวิจัยเองก็คาดไม่ถึง เช่น ผ้าที่ทอผสมไหมอีรี่ ไหมแล และไหมชั้นใน ซึ่งเนื้อผ้ามีมิติเพราะเทคนิคการทอ

ผศ.ระวิเทพ มุสิกะปาน อาจารย์วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ผู้วิจัย กล่าวว่า “คำว่า New Normal ของผ้าไหม อาจารย์อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดคือ จริงๆ เราใช้ผ้าไหมเราเริ่มจากอัตลักษณ์ ลวดลาย แต่เราลืมคิดไปกันว่าคนที่ใช้ผ้าไหมที่เขาต้องการคือคุณภาพ เพราะฉะนั้นโครงการนี้จะเป็นโครงการแรกแล้วกันที่ใช้คุณสมบัติของผ้าทอมือที่เน้นคุณภาพของรูปแบบหรือ Surface โครงสร้างก่อนแล้วค่อย add
อัตลักษณ์หรือลวดลายใส่เข้าไป”
จากโจทย์ตั้งต้นที่มีเส้นใยทั้งหมด 27 ชนิด เขาก็จะนำมาทอเป็นผ้าทั้งหมด 30 แคแรกเตอร์ด้วยกัน ถือว่าเป็นเนื้อผ้าแบบใหม่ก่อนที่จะเลือกเพียง 5 ผืนเท่านั้นที่เป็นต้นแบบ นำมาย้อมและออกแบบตัดเย็บดีไซน์ ซึ่งดีไซเนอร์จะดูว่าเนื้อผ้าแบบไหนเหมาะที่จะตัดเย็บออกมาเป็นเสื้อผ้าแบบไหน เช่นไหมลืบผสมไหมคาบิโซ่ นำมาออกแบบเป็นปลอกหมอนของตกแต่งภายใน ส่วนเส้นใยหลายชนิดอย่างไหมแลง ไหมจุล ฝ้ายธรรมชาติ เส้นใยกัญชง ให้เนื้อผ้าดูมีมิติ นำมาออกแบบตัดเย็บเป็นงานกระเป๋าและรองเท้าสุดชิก ขณะที่เสื้อผ้าผู้ชายเลือกไหมจุล ไหมคาบิโซ่ผสมฝ้ายให้เนื้อไม่มันวาว ตอบโจทย์ใหญ่วงการแฟชั่นไทยที่หวังให้คนไทยรุ่นใหม่เปิดใจกับผ้าท้องถิ่น
“เราพยายามเพิ่มความสนุกสนานให้กับตัวผลิตภัณฑ์
ใส่วัสดุสิ่งอื่นๆ เข้าไปพวกหนัง เพิ่มรูปแบบใหม่ๆ ให้กับรองเท้า ซึ่งมันก็จะสนุกขึ้นและอุตสาหกรรมแฟชั่นก็ไปใช้ได้ง่ายขึ้น”ดร.นัดดาวดี บุญญะเดโช อาจารย์วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว หนึ่งในทีมนักวิจัย กล่าว

ด้าน ดร.กรกลด คำสุข หนึ่งในทีมนักวิจัย กล่าวว่า “เทคนิคในผ้าอย่างผืนนี้จะเป็นมัดหมี่ ให้เกิดลายขึ้นมาในช่อง ก็จะกึ่งกราฟฟิกและกึ่ง Traditional หน่อยๆ ถ้าเราทำให้รูปแบบออกมามันร่วมสมัย ทันสมัย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้เขาให้การตอบรับ ก็เป็นความหวังว่ามันจะมีความเป็นไปได้ที่เราจะใช้ materials ออกมาเป็นผลงานที่เราทำ”
เพื่อให้งานวิจัยได้ไปต่อ ทีมนักวิจัยจึงมีแผนนำงานวิจัยไหมไทยสร้างสรรค์ 2020 การพัฒนาผ้าไหมผสมเส้นใยอื่นไปสู่ชุมชน เชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองเพื่อการสร้างสรรค์ผ้าทอวิถีใหม่ให้ยืนอยู่ได้ในโลกแฟชั่น
ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) เมื่อเราจะอยู่กับผ้าไทยได้ทุกวัน ผลงานวิจัย การผสมผสานเส้นไหมผสมวัสดุอื่นจากการทอผ้าทอมือ จากการทอผสม ไหมไทย ไหมลืบ ไหมแลง ไหมโรงงาน ไหมคาบิโซ่ ไหมอีรี่ กัญชง ฝ้าย มาเป็นผ้าไหมทอมือผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถี New Normal ใน โครงการ ไหมไทยสร้างสรรค์ 2020: การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมผสมเส้นใยอื่น (Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials) โดย กรมหม่อนไหม ร่วมกับ หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว คือผลงานสร้างสรรค์ โดย ผศ.ดร. รวิเทพ มุสิกะปาน / ดร. กรกลด คำสุข / ดร. นัดดาวดี บุญญะเดโช วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ร่วมด้วยคุณภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ VINN PATARARIN คุณแพรวา รุจิณรงค์ จากเติมเต็มสตูดิโอ คุณสุรเดช ธีระกุล นักวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ กรมหม่อนไหม
ขอขอบคุณ ข้อมูลข่าวและภาพประกอบข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 

Share