เดิน วิ่ง การกุศล “ยิ่งให้ ยิ่งได้” มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์

คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของนายกรัฐมนตรี และ ผู้บริหารบริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด พร้อมด้วย คุณธนา สุวัฑฒนะ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน คุณศรัณยา สีน้ำเพชร ผู้เชี่ยวชาญการประปานครหลวง ระดับ 10 และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมแถลงข่าวครบรอบ 50 ปีของบริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด และ 30 ปีของบริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจมาอย่างยั่งยืนและมั่นคง ด้วยกิจกรรม เดิน-วิ่ง การกุศล ภายใต้ชื่อ “Charity Run นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ณ กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ในการนี้บริษัทโตชิบาซึ่งเป็นพันธมิตรเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ที่มีศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว หรือ โรงพยาบาลชลประทาน ตั้งอยู่เป็นโรงพยาบาลที่พึ่งพาหลักในยามเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชนในท้องที่นนทบุรี จึงได้ร่วมคิดหารือจัดกิจกรรมการกุศลนี้ขึ้น เพื่อจัดหารายได้นำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น เพื่อมอบให้แก่ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้เล็งเห็นประโยชน์ของการออกกำลังกายที่มีผลดีต่อการมีสุขภาพพลานามัยที่ดี ลดการเจ็บป่วย ตลอดจนยังรณรงค์ให้เกิดการมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

โอกาสนี้คุณกอบกาญจน์ในฐานะผู้บริหารและทายาทของบริษัทไทยโตชิบา ขึ้นกล่าวความสำคัญของการจัดกิจกรรม เดิน วิ่งฯ นี้ว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้ทรงสอนให้เรายึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เรามีหน้าที่ในการดูแลไม่ใช่ในเรื่องของการดูแลเศรษฐกิจแต่ต้องดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปด้วย อันนี้เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก แต่เราก็ต้องทำและต้องทำทุกวัน เพราะฉะนั้นการที่เราบอกว่า ‘โตชิบานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ เราคำนึงเสมอว่าการที่นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคือการให้ชีวิต การให้ชีวิตที่มีคุณภาพ คือคุณภาพทางจิตใจ วันนี้จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทั้งกลุ่มของโตชิบาและอุตสาหกรรมบางกะดี ที่เราคิดว่าเราจะสามารถนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคนได้อีกครั้ง ให้กับสังคมและชุมชนที่อยู่รอบข้างเรา

ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทำอะไรมาดีมาก เพราะว่าท่านทำคุณภาพชีวิตให้กับคน ต่อชีวิตให้กับคน ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวาระสุดท้าย เพราะฉะนั้นคงเป็นหน้าที่ของเราที่จะมาจัดกิจกรรม  เดิน วิ่งฯ ครั้งนี้ เพราะทุกวันนี้คนไทยและประเทศไทยเราเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย เดิน วิ่ง กันเป็นอย่างยิ่ง มีคนวิ่งกันมากขึ้น ทุกสัปดาห์เรามักจะเห็นกิจกรรมวิ่งการกุศลดีๆ เกิดขึ้นมากมายหลายที่ แต่ถึงแม้ว่ามากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากพอ ดังนั้นกิจกรรมการเดิน วิ่งฯ นี้เราจึงจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญเราไม่ได้วิ่งเพื่อสุขภาพตัวเราเองเท่านั้น แต่เป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพของผู้อื่นด้วยเช่นกัน ก็น่าจะเป็นการวิ่งการเดินที่มีความหมายมีคุณค่ามากที่สุดเพราะเราเชื่อว่า ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว นั้น ยังมีภารกิจอีกมากมาย สิ่งสำคัญคือการขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งคนที่มาวิ่งจะได้มีส่วนร่วมช่วยในการที่จะทำให้ชีวิตของคนไทยหรือคนในละแวกนี้ มีชีวิตที่ดีมีคุณภาพมากขึ้น มาร่วมกันออกกำลังกายกันนะคะ เพื่อทุกอย่าง เพื่อตัวเอง เพื่อผู้อื่น ตามแนวทางที่ในหลวงท่านได้สั่งสอนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เราเพียงแค่ได้ทำหน้าที่พลเมืองของเรา ต้องขอบคุณพันธมิตรทุกองค์กรร่วมตรงนี้ที่ทำให้การเดิน วิ่งฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ เส้นทางวิ่งก็สวยมากด้วย ซึ่งคาดว่าหลายท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาวิ่งในกรมชลประทานสักเท่าไหร่ เป็นโอกาสที่ดีนะคะสำหรับคนที่ชอบการวิ่ง การทำบุญและการหาที่วิ่งใหม่ๆ หรือไม่เคยวิ่งก็ควรจะมาวิ่งหรือยังไม่กล้าวิ่งก็มาเดินก็ได้ค่ะ ดิฉันเองก็จะมาร่วมเดินวิ่งด้วยในวันนั้น ระยะทาง 10 กิโลเมตร แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่มั่นใจก็ว่าอย่างไรก็ถึงที่หมาย มั่นใจว่าวิ่งตรงนี้ มั่นใจว่าใกล้หมอล่ะค่ะ ขอเชิญชวนมาวิ่งด้วยใจ มาด้วยกำลังจิตกำลังใจ มาทำหน้าที่ ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ด้วยกันค่ะแล้วพบกันวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ค่ะ”

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว ขึ้นเวทีแถลงข่าวเช่นกันว่า “ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้เป็นวันครบรอบปีที่ 11 ของโรงพยาบาลชลประทานที่โอนย้ายมาสังกัดอยู่กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โอกาสนี้ก็นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีด้วยที่กิจกรรมเดิน วิ่ง Charity Run นำสิ่งที่สู่ชีวิต 2018 จะมามีส่วนสนับสนุนให้มีรายได้มาช่วยจัดหาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยชีวิตผู้ป่วย ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว ได้รับความเมตตากรุณาจากหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสซึ่งท่านได้มรณภาพจากพวกเราไปนานแล้ว ทั้งวัด โรงพยาบาลและโรงเรียน ก็มีที่ตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันตรงนี้ เป็นที่พึ่งของชาวชุมชนปากเกร็ด นนทบุรี มาตั้งแต่ครั้งมีกรมชลประทาน เราทุกองค์กรจึงเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันและโดยเฉพาะโรงพยาบาลชลประทานก็คือครอบครัวเดียวกันกับ มศว บุคลากรทางการแพทย์ที่สำคัญคือนิสิตแพทย์ที่ได้มาใช้ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ เป็นที่เรียนที่ศึกษากับ case study มากมาย เราทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปรับขยายขนาดของโรงพยาบาลให้มีตึกสูง 20 ชั้นเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มากถึงวันละประมาณ 5,000 กว่าคน เป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง แต่สิ่งที่เราขาดและต้องการอย่างมากจากผู้มีจิตศรัทธาในการระดมทุน ‘ยิ่งให้ ยิ่งได้’ ก็ทำให้โรงพยาบาลชลประทานประสบความสำเร็จมาโดยลำดับจามาถึงกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ที่เราจะนำคุณภาพชีวิตที่ดีมาสู่ชีวิตของผู้อื่นได้มากขึ้น

เราพยายามให้โรงพยาบาลนี้สามารถให้บริการที่ดีเลิศในด้านต่างๆ อย่างหลากหลายที่เราอยากให้เป็นขั้นตติยภูมิ แต่ในขั้นปฐมภูมินี้เราก็มีนิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้านที่ทำงานร่วมกับชุมชน ทางโรงพยาบาลเองก็มีจิตอาสาผู้สูงวัยเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในโรงพยาบาลรวมไปถึงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง เพราะในอนาคตอันใกล้นี้เราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ อาจจะมีผู้ป่วยติดเตียงมากขึ้นตามมา ก็จำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพดูแลผู้ป่วยเหล่านั้น มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมไปถึงเรายังจะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศเพื่อสร้างหลักสูตรทางการแพทย์ เราจะได้บุคลากรที่ดีมาดูแลผู้ป่วยติดเตียง เราพยายามให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์มี Service mind มีคุณธรรม อบรมไปเรื่อยๆ ส่วนนี้เป็นเรื่องของ Health Community Mall ที่เราพยายามทำให้เกิดขึ้นเป็น Center ที่ให้เป็นโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์สำหรับชาวจังหวัดนนทบุรี ต้องขอบคุณทุกท่าน นักวิ่ง นักออกกำลังกายทุกคนที่มาร่วมทำบุญสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาล ที่ต้องมีการระดมทุนมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่ออาคาร 80 ปี ปัญญานันทะ เปิดให้บริการครบวงจร ก็มีแผนจะปรับ Renovate เป็นพื้นที่สำหรับการดูแลรักษาฟื้นฟูผู้สูงอายุอย่างครบวงจร

ซึ่งผมตั้งเป้าหมายว่า ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว ในอนาคตจะเป็นเมืองสุขภาพดีของจังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่ออกกำลังกาย มี Health Community Mall มีโรงพยาบาลระดับ Excellent และมีพื้นที่สำหรับสร้างงานสร้างอาชีพให้ชาวนนทบุรีด้วย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ดีที่น่าอยู่ สังคมแห่งคุณภาพ สังคมที่เราร่วมกันสร้างให้เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเชื่อว่าทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาครัฐวิสาหกิจและภาคสังคมสื่อมวลชน จะได้ร่วมกับสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของโรงพยาบาลชลประทาน ให้เกิด ‘ยิ่งให้ ยิ่งได้’ ให้มากๆ ขึ้นกับสิ่งที่เรายังขาดแคลนครับ ครั้งนี้เราทุกคนจะช่วยกันร่วมกิจกรรมการกุศล เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในสังคมให้ได้รับรู้ว่า ในอนาคตจังหวัดนนทบุรีจะมีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพ สามารถเปิดบริการได้ครบวงจรและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ดังคำสอนของหลวงพ่อปัญญาว่า ‘โรงพยาบาลคือผู้ให้ชีวิต ยิ่งให้ยิ่งได้ ’ ”

โดยเส้นทางการเดิน วิ่ง จะมี 2 ระยะ ระยะวิ่ง 5 กิโลเมตร และ ระยะวิ่ง 10 กิโลเมตร ชิงถ้วยรางวัลจากนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ถ้วยรางวัลจาก นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ถ้วยรางวัลจาก นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการ การประปานครหลวง เส้นทางวิ่งจะอยู่ภายในพื้นที่ของกรมชลประทาน (ปากเกร็ด) ซึ่งได้รับการเอื้อเฟื้อเส้นทางวิ่งจากกรมชลประทานและได้รับการสนับสนุนน้ำดื่มที่สะอาดบริสุทธิ์จากการประปานครหลวง ที่ได้ร่วมแถลงข่าวให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าเพราะน้ำมีวันหมดหากไม่รู้จักประหยัดน้ำใช้ อีกทั้งคุณศรัณยา สีน้ำเพชร ยังได้กล่าวถึงการผลิตน้ำประปาที่ดีมีคุณภาพ สามารถใช้ดื่มใช้บริโภค อุปโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของการนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรมการกุศล เดิน วิ่ง ยิ่งให้ ยิ่งได้ Charity Run นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต 2018 กรุณาติดต่อ คุณสุกัญญา ค่าสมัครท่านละ 400 บาท พร้อมเสื้อและเหรียญรางวัลที่ระลึกเมื่อเข้าเส้นชัย ชิงถ้วยรางวัล ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ณ กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อจัดหารายได้นำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้แก่ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครนิทรวิโรฒ เปิดรับสมัครแล้วที่ www.fanaticrun.com หรือติดต่อคุณสุกัญญา (มิ้ว) ผู้ประสานงานบริษัทโตชิบา ที่ e-mail : Sukanya@ttei.toshiba.co.th

ภัทรพร หงษ์ทอง/ข่าว
กฤชสุวัชร์ ประโยชน์พิบูลผล/ภ่ายภาพ
ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มศว

Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น