คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มศว จับมือ บ.ซิปเม็กซ์ จำกัด เปิดโอกาสให้นิสิต เรียนรู้ “การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล”

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 เวลา 13.30 น. คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กับ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด โดยมี รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ลงนามความร่วมมือกับ ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล Co-Founder ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด โอกาสนี้ รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวต้อนรับคณะ
ผู้บริหารจาก ซิปเม็กซ์ จำกัด ว่า “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความมุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้ที่รู้เท่าทันเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของโลกในแวดวงอุตสาหกรรม ธุรกิจด้านการเงิน การลงทุนและเทคโนโลยีในอนาคต ความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดผลสำเร็จของหลักสูตรการบริหารธุรกิจเพื่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง
และต้องขอบคุณบริษัท ซิปเม็กซ์ ที่เห็นความสำคัญของการยกระดับการศึกษาแห่งชาติและเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาและผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมร่วมกันด้วย”

ด้าน รศ.ผจงศักดิ์ หมวดสง รักษาการแทนคณบดีคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม กล่าววัตถุประสงค์ความร่วมมือนี้ ใจความสำคัญว่า “ความร่วมมือในวันนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ในทางวิชาการแก่คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคมและมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนแก่นิสิตที่จะได้รับความรู้และความเข้าใจในแง่ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แบบ Active Learning ในการซื้อขายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล อภิปรายหรือสัมมนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เปิดโอกาสให้นิสิตได้ทำงานรูปแบบใหม่ๆ โดยมีบริษัทเป็นเทรนนิ่งที่สำคัญ ทำงานจริงได้”

ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล Co-Founder ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทหลักทรัพย์ และจบการศึกษาด้านกฎหมายจาก Georgetown University และ ปริญญาเอกด้านรัฐประศาสนศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในภาคธุรกิจการเงินโดยเฉพาะด้านตลาดทุนและสินทรัพย์ชนิดใหม่ กล่าวก่อนขึ้นเวทีลงนามว่า “บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด เล็งเห็นประโยชน์การนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปสร้างการเปลี่ยนแปลง จึงต้องการจะส่งต่อประโยชน์ให้กับบุคคลทั่วไป วันนี้ผมขอขอบคุณมหาวิทยาลัยที่ให้ความสนใจเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลและมีความร่วมมือเกิดขึ้นในวันนี้กับทางคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงโควิด -19 นั้นเราจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ได้หันมาพึ่งและรู้จักการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นและมีผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาการศึกษาอีกด้วยอย่างเช่นการเรียนการสอนออนไลน์ในหลายสถาบันการศึกษา
ผมอยากเรียนว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศแรกๆ เลยที่ออกกฎหมายกำกับดูแลเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัท
ซิปเม็กซ์ จำกัด ของเราก็เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ได้รับอนุญาต ซึ่งธุรกิจหลักของเราก็เป็นธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ก็เหมือนกับตลาดหุ้นแต่หลายสิ่งหลายอย่างในอนาคตก็เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ยกตัวอย่างเช่นที่มีการปลอมแปลงใบปริญญา ก็ไม่รู้ว่าจบจริงหรือไม่จริง เทคโนโลยีนี้ก็จะช่วยยืนยันได้ว่าใบปริญญาของคนนั้นจริงหรือปลอม หรืออย่างทองคำที่คนสมัยนี้คนรุ่นใหม่ก็ไม่นิยมซื้อทองแล้ว ไม่นิยมเก็บทองไว้ที่บ้านแล้ว ราคาทองดีดขึ้นมากจากสองหมื่นเป็นสามหมื่นเมื่อต้นปี สิ่งที่บริษัททำคือเปิดช่องทางให้กับคนทั่วไปสามารถลงทุนในสินทรัพย์พวกนี้ได้ผ่านมือถือ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างก็ทำบนมือถือกันหมดแล้ว ผมเชื่อว่าชีวิตเราต่อจากนี้ไปจะมีดิจิทัล (Digital) เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ผมก็เชื่อว่าความร่วมมือนี้เป็นเป้าหมายหลักที่จะถ่ายทอดให้ความรู้ให้กับนิสิต
รุ่นใหม่ ให้คำปรึกษาเรื่องดิจิทัล เรื่องเทคโนโลยีมากๆ ของการลงทุนเพราะว่าประเทศไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
ไม่ค่อยอยากออมเงิน ไม่ค่อยมีการลงทุน ส่วนมากได้เงินเดือนมาก็จับจ่ายใช้สอยกันไปหมด เพราะฉะนั้นก็อยากให้ความรู้ถ่ายทอดวิชาเรื่องการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็น Hub ของสินทรัพย์ดิจิทัล ผมก็ยินดีอย่างยิ่ง ซึ่งหากนิสิตคนไหนเรียนเก่ง มีคุณสมบัติดีก็อาจจะเข้าทำงานกับบริษัทซิปเม็กซ์ของเราก็ได้ เพราะเราสร้างโอกาสในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัยเพื่อให้ทุกคนสามารถ ลงทุนได้ทุกที่ทุกเวลา มุ่งทำให้กิจกรรมการเงินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซิปเม็กซ์ตั้งมั่นที่จะช่วยให้ทุกคนบนแพลตฟอร์มของเราสามารถสร้างมูลค่าอย่างมั่นคง ด้วยการให้ความรู้และเปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย แพลตฟอร์มของเราได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก ก.ล.ต.”

 

ในยุคของการพัฒนาการศึกษาไปสู่ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลวันนี้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒก็ได้มุ่งแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการกับภาคธุรกิจเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมและนวัตกรรมต่างๆ อย่างเข้มข้นจริงจัง โดยมีความเชื่อมั่นว่า ความเชี่ยวชำนาญการของภาคธุรกิจเพื่อสังคมเหล่านั้น จะสนับสนุน ให้โอกาสแก่การเรียนรู้ของนิสิตได้อย่างเห็นผลและนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต
ในการทำงานได้จริง และที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยแม้มิใช่องค์กรเพื่อการแสวงหาผลกำไร แต่มหาวิทยาลัยก็มิใช่องค์กรที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ หากขาดพันธมิตรและความร่วมมือทางวิชาการทั้งหลาย

Share