BORN STRONG สสว. จับมือ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว กระตุ้น เอสเอ็มอี พัฒนาจิวเวลรี่ไทยไม่แพ้ใคร

วานนี้ (วันที่ 26 สิงหาคม 2563) ณ ลานแฟชั่น แกลลอรี่ 2 ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (College of Creative Industry หรือ CCI) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แถลงข่าวความสำเร็จโครงการพันธมิตรสร้างแบรนด์และธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในการแข่งขัน BORN STRONG 2563 กลุ่มเครื่องประดับจิวเวลรี่ (Jewelry) ช่วยยกระดับ
ผู้ประกอบการและพัฒนาขับเคลื่อน SMEs ไทย กลุ่มเครื่องประดับอัญมณีจิวเวลรี่ ให้ก้าวสู่ตลาดส่งออกระดับนานาชาติ
ดร.ปณิตา ชินวัตร ที่ปรึกษา สสว. เปิดเผยว่า “ สสว. ได้ให้การสนับสนุนด้านกลยุทธ์และงบประมาณในการดำเนินโครงการพันธมิตรสร้างแบรนด์และธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในการแข่งขัน BORN STRONG 2563 เพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการจิวเวลรี่ไทยให้พัฒนาทั้งการดีไซน์ การสร้างแบรนด์และการผลิต เพื่อเสริมศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการผลิตและส่งออกจิวเวลรี่ในตลาดโลก โดยมีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว เป็นหน่วยงานร่วมที่สำคัญ”
“ช่วงสถานการณ์โควิด -19 ที่ไทยเราและประเทศทั่วโลกต่างก็กำลังประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 อย่างน่าสะพรึงกลัวและยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้นี้ การดำเนินกิจกรรมและกิจการต่างๆ ก็หยุดชะงักหรือไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจกลุ่มเครื่องประดับ ซึ่งขณะนี้ สสว. ได้เร่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มเครื่องประดับและจิวเวลรี่ โดยปรับทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์วิถีแบบใหม่หรือ new normal ที่ใส่ใจเรื่องการปกป้องและดูแลสุขภาพ พร้อมนำองค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนแผนธุรกิจ โดยให้คำปรึกษาทั้งในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาสินค้า การเขียนแผนธุรกิจ การวางแผนการตลาดและร่วมผลักดัน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ รวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิม เพื่อรองรับการปรับตัวในตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

เนื่องจากโครงการพันธมิตรสร้างแบรนด์และธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในการแข่งขัน BORN STRONG 2563 ช่วยให้กลุ่มธุรกิจ OEM หันมาร่วมมือกับผู้ประกอบการรายย่อยในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมผนึกกำลังในการผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยร่วมกันและต่อยอดสู่การทำการตลาดแบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ยังมีการสร้างแบรนด์จากแนวคิดของ OEM ที่มีความเข้มแข็งและมีประสบการณ์สูงเกิดขึ้นในโครงการฯ คือ แบรนด์ USafeVSave โดยศูนย์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งประเทศไทย (KiThai) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน KiThai Shop อย่างมีประสิทธิภาพ และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ของวงการเครื่องประดับไทยในการร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ระบบอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน” ดร.ปณิตา กล่าว
ทั้งนี้โครงการฯ ทำการคัดเลือกผู้ประกอบการจากความเป็นไปได้ในเชิงการตลาด การผลิตและการสร้างแบรนด์ โดยแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นหรืออัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านดีไซน์ กลุ่มลูกค้าและมีความหลากหลายในวัสดุขึ้นรูป ทั้งเครื่องเงิน ทอง ทองเหลือง ทองแดง เป็นต้น โดยมีผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 10 แบรนด์ สามารถวัดผลความสำเร็จของโครงการได้ในหลายมิติ ได้แก่ 1. การสร้างแบรนด์ ผ่านการเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ โดยอาจเกิดจากมูลค่าทางทรัพย์สินทางปัญหา แนวคิด ดีไซน์ใหม่ของแบรนด์ รวมถึงการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ให้เป็นที่รับรู้ การสร้างความเข้มแข็งของแบรนด์จากสินค้าหรือการสร้างสรรค์เพื่อสังคม 2. การสร้างเครือข่ายของอุตสาหกรรม การสร้างรูปแบบเชื่อมโยงกันของสังคมคนจิวเวลรี่ ทั้งคนสร้าง แบรนด์และผู้ประกอบการภาคการผลิตให้เกิดความเข้มแข็ง กลมเกลียว และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันผลักดันพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยให้เติบโต
 

 
คุณหนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล เจ้าของแบรนด์อัญมณีชื่อดัง “บิวตี้เจมส์” ขึ้นเวทีเสวนาฯ
และคุณนาตาชา เปลี่ยนวิถี นางแบบชื่อดังให้เกียรติร่วมงาน 

โดยงานนี้ รศ.ดร. สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดี มศว ได้มอบหมายให้ รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นตัวแทนเข้าร่วมงาน อีกทั้งยังมีเวทีเสวนาเรื่อง การปรับตัวของตลาดเครื่องประดับไทยในอนาคต โดยมี ผศ.ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี รักษาการแทนคณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ร่วมเวทีการเสวนาด้วย
โอกาสนี้ ผศ.ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า “มศว ให้การสนับสนุนทั้งการให้คำปรึกษาเรื่องความรู้ทางวิชาการ การออกแบบ มีการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับอาจารย์ทั้งภายในมหาวิทยาลัยฯ และอาจารย์ประจำสาขาออกแบบในประเทศฝรั่งเศส มีการต่อยอดนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ นวัตกรรมการทำผลิตภัณฑ์ วัสดุใหม่ หรือแม้แต่นวัตกรรมทางกระบวนการคิด เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิต แนวคิดของผู้ประกอบการได้ ตลอดจนช่วยดูแลเรื่องการขาย โดยได้ KiThai มาสนับสนุน จับมือกับพันธมิตรทั้ง offline และ online เช่น ศูนย์การค้าสยาม
พารากอน/Platform/ E-Commerce ชื่อดังอย่าง Shopee ในการเปิดช่องทางการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วม นอกจากนี้ยังสนับสนุนทางด้านบุคลากรที่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ โดยนิสิตเข้าไปร่วมงานกับผู้ประกอบการ ผ่านการแนะนำและ Coaching จากอาจารย์ โดยนิสิตจะสามารถฝึกงานและเรียนไปด้วยในช่วงการดำเนินการของโครงการ และมีการนำ Model Quadra Helix มาใช้ในการผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยอีกทางหนึ่ง”
สำหรับกิจกรรมทางการตลาด สสว. ได้สนับสนุนและเพิ่มช่องทางการตลาด ทั้งตลาดออนไลน์และการจัดแสดงนิทรรศการและส่งเสริมการออกตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่องาน “Sparkling Life: the New Value of Jewelry” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ชวนซื้อเครื่องประดับและจิวเวลรี่ ฝีมือผู้ประกอบการ SMEs ชาวไทย ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม – 1 กันยายน 2563 ณ ลานแฟชั่นแกลลอรี่ 2 ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานพบกับกองทัพเครื่องประดับมากมายที่ให้คุณเปล่งประกายไปกับความคิดสร้างสรรค์
ในอัญมณีไทยหลากหลายรูปแบบ เช่น ต่างหูเซรามิค ต่างหูเทคนิครดน้ำ กำไลข้อมือที่ผสานงานหนังและโลหะ เครื่องประดับงานโลหะแบบ Street แฟชั่น ไปจนถึงเครื่องประดับเทคนิคยุโรปจาก 10 แบรนด์ที่ร่วมโครงการ BORN STRONG 2563 ได้แก่ แบรนด์ VASA (วาซ่า) MAALAAYAA (มาลายา) GAGO (กาโก) PONK SMITHI (พ้อง สมิทธิ) THANASUDA (ธนสุดา) MARON (มาร็อง) SEWN Handicraft Studio (ซน แฮนดิ
คราฟต์ สตูดิโอ) SUPARNO (สุภาโน่) TAERA (แทรา) และ UsafeVsave (ยู เซฟ วี เซฟ) โดย KiThai ที่ออกแบบนวัตกรรมเครื่องประดับ เพื่อปรับฟังก์ชั่นให้สร้างสรรค์เข้ากับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่อย่างลงตัวและคืนกำไร
ให้สังคมผ่านการนำรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในโครงการฯ สมทบทุนในโครงการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลนโอกาสที่ดำเนินการโดยสมาคมนักเรียนเก่าสวิส ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อีกทั้งยังมีการประมูลเครื่องประดับและ
จิวเวลรี่
เพื่อการกุศลภายในงาน ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ KiThaiOrg โดย สสว. คาดว่า ผลจากการดำเนินโครงการในภาพรวม จะช่วยพัฒนาศักยภาพ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs
ในการส่งออกไปยังระดับนานาชาติ ซึ่งมีตลาดใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ฮ่องกง ญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนี้
Store บน Shopee

    

 

              

      

       

         

     

    

   

 

 

 

     

       

Share