“นวัตศิลป์ ถิ่นผ้า ในวิถีวัฒนธรรม”

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดการประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 10 “นวัตศิลป์ ถิ่นผ้า ในวิถีวัฒนธรรม” เพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาผ้าไทยจนเป็นที่รู้จักและยอมรับในสากลอย่างแพร่หลาย โอกาสนี้ รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวต้อนรับ
นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงานแก่ประธานในงาน คือ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 ณ อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มศว ประสานมิตร
หัวข้อในการประชุมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องผ้าของไทยที่เป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและมีความสำคัญยิ่งของคนไทย  ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระราชชนนี พันปีหลวง ได้ทรงส่งเสริมและสนับสนุนให้ผ้าไหมไทย ผ้าทอจากภูมิปัญญาและฝีมือของคนไทยทั่วทุกภูมิภาคท้องถิ่น ได้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงยอมรับไปทั่วโลก ด้วยพระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมผ้าไทยในแทบทุกโอกาส อีกทั้งยังได้ทรงนำผ้าไหมไทยไปเผยแพร่ยังมหานครปารีสเมืองหลวงของฝรั่งเศส จนทำให้ผ้าไหมไทยมีชื่อเสียงขจรขจายและทำให้ผ้าไทยไม่สูญหาย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนส่งเสริมช่วยชาวบ้านชาวไร่ชาวนาให้มีอาชีพเสริมจากการทอผ้าแล้วทรงรับซื้อผ้าทอด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์นำเข้ามูลนิธิศิลปาชีพมาถึงปัจจุบัน และยังทรงก่อตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ บางไทร จ.อยุธยา หรือ SACICT (ศักดิ์สิทธิ์)  ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ  พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการเสด็จออกเยี่ยมราษฎรตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศและทอดพระเนตรว่าชาวบ้านทุกถิ่นที่มีการทอผ้านุ่งใช้สวมใส่กันในชีวิตปกติ ประเทศไทยมีแหล่งปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีคนทอผ้าที่ทำอาชีพชาวนาชาวไร่ชาวสวนอยู่ก็มากมายในหลายจังหวัด จึงทรงลงพื้นที่พระราชทานคำชี้แนะต่างๆ ในการสร้างสรรค์ลวดลายต่างๆ ด้วยพระองค์เองด้วยความวิริยะอุตสาหะมาตลอด  อีกทั้งทรงโปรดให้ให้ช่างทอผ้าเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานคำแนะนำต่างๆ เพื่อพัฒนาผ้าทอของไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าภูมิใจ  สามารถสร้างรายได้และเป็นอาชีพเสริมแก่ครอบครัว พระองค์ทรงเป็นผู้นำการใช้ผ้าทอของไทยในทุกโอกาส นับตั้งแต่การตามเสด็จเยือนนานามิตรประเทศในยุโรปเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนี พันปีหลวง ได้ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในแบบสากลจนสร้างความชื่นชมในความสวยงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าไทยมาสู่ประเทศชาติ นอกจากจะทรงได้รับ จะทรงได้รับการสดุดีจาก ทุกประเทศ ถวายพระเกียรติอย่างจริงใจและศรัทธาว่า พระองค์ทรงมีพระบุคลิกภาพ และมีพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งที่หนังสือพิมพ์ดิโพลแมทของสหรัฐอเมริกา ได้ยกคำกล่าวของประธานาธิบดีซูการ์โน แห่งอินโดนิเซียสดุดีว่า “ทรงเป็นพระราชินีสิริโสภาที่สุดในโลก” มาลงพิมพ์ถวายพระเกียรติยศด้วย ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผ้าทอและศิลปหัตถกรรมไทยจากโครงการศิลปาชีพไปจัดแสดงและจำหน่ายในงานเทศกาลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ผ้าทอไทยจากฝีมือคนไทยเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยกย่องสนับสนุนว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและมีอัตลักษณ์โดดเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก
 “ในการนี้กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ เพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอดพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทยให้แพร่หลายในรูปแบบโครงการ กิจกรรมและกิจการต่างๆ อย่างทันสมัย เช่น การรณรงค์ส่งเสริมให้หน่วยงาน องค์กร ประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ หันมาใช้ผ้าไทยในวาระและโอกาสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ บางหน่วยงานราชการก็สวมใส่ผ้าไทยกันทุกวันหรือเฉพาะวันใดวันหนึ่งในหนึ่งสัปดาห์ที่อยากขอร้องว่าให้มี” รมว.วธ. กล่าว
ปัจจุบันกระแสความนิยมสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน ในโอกาสต่างๆ ของประชาชนทั่วไปก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ได้มีงานอุ่นไอรักขึ้น ทำให้เราได้เห็นคนไทยเราใส่ผ้าไทยกันอย่างงดงามทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นใครต่อใครก็เห็นผู้คนในแทบทุกวงการอาชีพรวมไปถึงดารานักแสดงหนุ่มสาวก็หันมาสวมใส่ผ้าไทยในการทำกิจกรรมการงานและในชีวิตประจำวัน เช่น แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใส่ผ้าไทยทั้งในรันเวย์และชีวิตจริง เป็นต้น
การสนับสนุนให้นักออกแบบรุ่นใหม่นำผ้าทอจากภูมิปัญญาของคนไทยมาออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าตามแฟชั่นนิยมสมัยใหม่ เช่นที่ SACICT กำลังทำเช่นการประกวดโครงการ ผ้าไทยแต่งได้ทุก GEN ก็นับเป็นมิติใหม่ที่ได้ทั้งผู้คิดสร้างสรรค์และผู้สวมใส่ “นอกจากนั้นกระทรวงยังได้ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติที่เกี่ยวกับผ้าหลายรายการ โดยจะพยายามผลักดันให้รายการผ้าทอของไทยได้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกด้วย  ทำให้ปัจจุบันผ้าผืนและเส้นด้ายของไทยได้กลายเป็นสินค้าส่งออกของประเทศที่สำคัญ  ซึ่งข้อมูลของกรมการค้าระหว่างประเทศในปี พ.ศ. 2562 ระบุว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าผ้าผืนและเส้นด้ายของไทยอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท  ซึ่งประเทศไทยสามารถขยายมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นได้อีกด้วยการเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผืนและเส้นด้ายให้ตรงกับความต้องการของตลาดผู้บริโภค เช่น ทำอย่างไรให้เส้นใยผ้ามีความแข็งแรงคงทน ทำอย่างไรให้มีสีย้อมผ้าซึ่งได้จากวัตถุดิบธรรมชาติที่ให้เฉดสีที่หลากหลาย ย้อมแล้วไม่ตกสี หรือทำอย่างไรให้ผืนผ้ามีลวดลายที่ดึงดูดใจของผู้ซื้อ เป็นต้น ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้เป็นความท้าทายที่อยากจะเชิญชวนนักวิจัยทุกท่านมาทำการศึกษาเพื่อพัฒนาหรือสร้างนวัตกรรมให้กับวงการผ้าทอของไทยให้ก้าวไกลต่อไป” นายอิทธิพล รมว.วธ. กล่าวเสริม
ด้าน นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงฟื้นฟู พัฒนาผ้าทอชนิดต่างๆ ของท้องถิ่นไทย จนทำให้ผ้าไทยเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างแพร่หลาย และเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตลอดจนหน่วยงานสถาบันการศึกษาต่างๆ ให้เป็นที่รับรู้แก่สาธารณะและนำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ทางด้านการวิจัยทางวัฒนธรรมด้วยต่อไป
ด้าน รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ  ในฐานะสถาบันการศึกษาที่นำองค์ความรู้และศักยภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย ได้มีการบูรณาการวิชาการความรู้ทางด้านวิชาการจากนักวิชาการที่ทำวิจัย โดยเฉพาะงานวิจัยเกี่ยวกับผ้าที่มีมากมาย ร่วมกับชุมชนในท้องถิ่นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเช่นที่จังหวัดนครนายก ชุมชนวัดบ้านใหม่ ก็มีการทอผ้า ทำงานวิจัยด้านวัฒนธรรมร่วมกับงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมในการรับใช้สังคม ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มาโดยตลอด ตลอดจนการเรียนการสอนของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่นิสิตได้เรียนในสาขาการออกแบบแฟชั่นก็จะได้สร้างนำเสนอผลงานแฟชั่นผ้าไทยร่วมสมัยที่เราจะได้เห็นผลงานในครั้งนี้ด้วย หรือการได้ผลิตนิสิตออกไปเป็นดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์แฟชั่นรางวัลต่างๆ มากมาย เป็นต้น เหล่านี้มหาวิทยาลัยมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในฐานะองค์กรภาครัฐที่มีบทบาทสนับสนุนและส่งเสริมผ้าไทยไปสู่สากลในกรอบมาตรฐานองค์ความรู้ทางวิชาการงานวิจัยด้านวัฒนธรรม สอดรับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
อนึ่งในภาคส่วนของนิทรรศการที่จัดแสดงภายในงานครั้งนี้ THAI SILK X SWU นำเสนอผลงานการออกแบบแฟชั่นผ้าไทยให้ทันสมัยจากการระดมสรรพความคิดของนิสิตในสาขาการออกแบบและแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว ผ่านเรื่องราวความสำคัญของผ้าทอไทยในจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ด้วยพื้นที่หนึ่ง ในแนวคิดตามปรัชญามหาวิทยาลัย Education is Growth (การศึกษาคือความเจริญงอกงาม)  ผู้ออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าไทยในจังหวัดนครนายกและสระแก้วมาผสมผสานกับตรามหาวิทยาลัย โดยถ่ายทอดผ่านกราฟที่ปรากฏในตรา มีที่มาจากสมการทางคณิตศาสตร์ y = ex ซึ่งเมื่อแทนค่าแล้วจะได้จำนวนที่ไม่มีสิ้นสุด ตรงกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยว่า Education is Growth ด้วยความเป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เส้นที่มีลักษณะโค้งขึ้นถูกใช้เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจหลักของการสร้างผลงาน ผสานกับการออกแบบที่มีความร่วมสมัย ควบคู่กับการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไทยในท้องถิ่นทั้งสองแห่งคือจังหวัดนครนายกและจังหวัดสระแก้ว ทำให้ภาพรวมของเสื้อผ้าที่ออกมามีความงามจากผ้าทอ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยกับลายตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่น สามารถเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีงามแก่สวมใส่

 

นิทรรศการแฟชั่นผ้าทอผ้าไทยดังกล่าวนี้ ล้วนแสดงให้เห็นมิติความคิดการสร้างสรรค์ผลงานจากองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัยและอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยและชุมชนร่วมกันอย่างร่วมสมัยลงตัว ใช้ผ้าทอเป็นวัสดุในการออกแบบแฟชั่นหลายชนิด เช่น ผ้าเปลือกไหมผสมสีดำ ผ้าไหมลายผสมกระดูกงู ตุ้มต้นที่ใส่แล้วจะเป็นสิริมงคล ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอเนื้อพิเศษ ผ้าไหมลายตุ้มผสม ผ้าขาวม้าลายเกล็ดเต่า ผ้าไหมมัดหมี่ โดยเฉพาะผ้าไหมทอลายรุ่ง ที่เป็นสีเทาของมหาวิทยาลัย ซึ่งทอออกมาเป็นลายทางสลับกัน จึงทำให้ผู้สวมใส่มีรูปร่างสูงและสง่า ตลอดจนผ้าไหมลายอ้อมตัวที่มีลักษณะเป็นลายทางเส้นใหญ่และเส้นเล็กตัดสลับกันด้วยโทนสีอ่อนและเข้ม ซึ่งจะเป็นลายที่นิยมใช้ในงานออกแบบด้วยตัวลายและสี ทำให้งานที่ออกแบบมีความสุภาพและทันสมัยมากขึ้นด้วย เหล่านี้คือวัสดุผ้าทอของชุมชนวัดบ้านใหม่ที่มีผ้าทอไทยพวนเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีชื่อเสียงของนครนายก โดยปัจจุบันนักวิจัยนักวิชาการ มศว ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อการพัฒนาลวดลายผ้าให้หลากหลายขึ้น รวมไปถึงกระแสผู้นิยมแฟชั่นผ้าไทย ทำให้เกิดการพัฒนาภูมิปัญญาผ้าทอไทยให้สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นโดยผ่านการออกแบบในส่วนของลายผ้าที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและเลือกใช้สีที่เป็นกระแสนิยม เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่ละทิ้งอัตลักษณ์ของผ้าพื้นถิ่นไป

สำหรับรูปแบบการประชุมประกอบด้วย การบรรยายพิเศษในหลายหัวข้อที่น่าสนใจจากผู้ทรงภูมิรู้กูรูเรื่องผ้าในบริบทต่างๆ กันมากมายหลายท่าน อาทิ เรื่อง ผ้า : ภูมิปัญญาในวิถีวัฒนธรรม   โดย อาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ  การเสวนาและการนำเสนอผลงานวิจัยที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับเรื่องผ้า โดยวิทยากรที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ มศว เพื่อให้สาธารณชนรับชมได้ด้วย

Share