بازی انفجار سایت پیش بینی سایت شرط بندی
คณะทันตแพทยศาสตร์ มศว และ วศ. อว. ร่วมมือพัฒนาวัสดุซีเมนต์ทางทันตกรรม – PRswu

คณะทันตแพทยศาสตร์ มศว และ วศ. อว. ร่วมมือพัฒนาวัสดุซีเมนต์ทางทันตกรรม

กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย นายกนิษฐ์ ตะปะสา ผู้อำนวยการกองวัสดุวิศวกรรม และนายเอกรัฐ มีชูวาศ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญพิเศษ หัวหน้ากลุ่มวัสดุอัจฉริยะและเทคโนโลยีเคลือบผิว กรมวิทยาศาสตร์บริการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ร่วมประชุมกับ ผศ.ดร.ทพญ.ปิยะนารถ เอกวรพจน์ และ ทพญ. ณัฐฐาภรณ์ นาคพิน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เรื่องผลการดำเนินงานวิจัยร่วมระหว่างกรมวิทยาศาสตร์บริการและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เรื่อง “การพัฒนาวัสดุซีเมนต์ทางทันตกรรมชนิดอลูมิโนซิลิเกตกลาส”

  

นายกนิษฐ์ ตะปะสา เปิดเผยว่า “งานวิจัยนี้ เป็นการพัฒนาผงแก้วเพื่อใช้เป็นวัสดุทางทันตกรรมชนิด Glass-ionomer cement เพื่อลดการนำเข้าวัสดุซีเมนต์ทางทันตกรรมที่มีมูลค่าสูงจากต่างประเทศ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่าแก้วมีการนำมาใช้งานในวัสดุซีเมนต์ทางทันตกรรม มีมูลค่าการนำเข้าสูงถึงกว่า 200 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้นปริมาณการนำเข้าเพื่อใช้งานมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสำคัญในอนาคต (Mega-trend) ในด้านการโครงสร้างประชากรที่จะมีผู้สูงอายุมากขึ้น ส่งผลถึงความต้องการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และวัสดุทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น ดั้งนั้นหากสามารถพัฒนาแก้วให้มีคุณสมบัติเฉพาะเพื่อใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์ จะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อพึ่งพาตนเองและต่อยอดเป็น อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงในอนาคต ในการนี้นักวิจัยของ วศ และ มศว ได้หารือเรื่องการขอจดอนุสิทธิบัตรผลงานวิจัยที่ได้ และแผนการทำวิจัยวัสดุทางทันตกรรมในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลงานวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ เปิดเผยว่า การพัฒนาการผลิตไอโอโนเมอร์ ซีเมนต์เพื่อใช้เป็นวัสดุสำหรับงานด้านทันตกรรม กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ประกอบด้วยส่วนที่เป็นผงของเนื้อแก้วประเภทฟลูออโรอลูมิโนซิลิเกตและส่วนที่เป็นของเหลวที่มีโพลิเมอร์/โคโพลิเมอร์ที่มีสมบัติเป็นกรดเป็นส่วนประกอบ โดยส่วนประกอบทั้งสองนี้อาจจะผสมกันโดยอาศัยน้ำหรือไม่ใช้น้ำก็ได้ โดยทั่วไปไปแล้วกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์เป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการทันตกรรมมากว่า 30 ปีแล้ว สืบเนื่องจากข้อดีหลายประการของกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ เช่น สามารถยึดติดกับเนื้อฟันและโลหะได้ดี โดยไม่ต้องอาศัยตัวประสานเป็นตัวช่วยยึดระหว่างเนื้อซีเมนต์กับเนื้อฟัน ความสามารถในการปลดปล่อยฟลูออไรด์จากเนื้อวัสดุสู่ฟันเพื่อป้องกันฟันผุ มีค่าการขยายตัวเนื่องจากความร้อนที่ใกล้เคียงกับเนื้อฟัน และความทนทานต่อแรงกดได้ดีในขณะที่มีความสามารถในการละลายที่ต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับวัสดุทันตกรรม แต่ข้อด้อยของวัสดุนี้คือความอ่อนไหวต่อความชื้นซึ่งอาจทำให้คนไข้รู้สึกเสียวฟัน อันเป็นข้อด้อยที่สามารถจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ถ้าหากมีการพัฒนาในลำดับต่อๆไป ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้าวัสดุทางทันตกรรมจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความคิดริเริ่มที่จะผลิตวัสดุทางทันตกรรมขึ้นใช้เองภายในประเทศเพื่อลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้คนไข้ได้ใช้วัสดุที่มีราคาถูกลงและได้คุณภาพ โดยงานวิจัยชิ้นนี้อาจจะเป็นฐานความรู้ทางด้านวัสดุศาสตร์ให้แก่นักวิจัยในระดับประเทศและต่างประเทศต่อไป โดยโครงการที่เสนอนี้จะศึกษาความสามารถในการฟอร์มตัวเป็นแก้วของฟลูออโรอลูมิโนซิลิเกตกลาสที่จะนำมาใช้ผลิตเป็นกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์โดยเน้นที่ตัวสูตรและการเกิดโครงสร้างผลึกของแก้ว โดยศึกษาควบคู่ไปกับการผลิตโพลิเมอร์/โคโพลิเมอร์ซึ่งใช้เป็นตัวช่วยประสานเพื่อให้เกิดกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ที่ดี ตลอดจนศึกษาคุณสมบัติของซีเมนต์และสมบัติเชิงกลของตัววัสดุเพื่อเป็นพื้นฐานก่อนการนำไปทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพในระยะต่อไป

ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์บริการมีประวัติความเป็นมานับเนื่องจากปี พ.ศ.2434 หน่วยงานวิเคราะห์แร่  ซึ่งเป็นหน่วยงานเล็กๆ ในกรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา กระทรวงเกษตราธิการ ได้ยกฐานะขึ้นเป็น กองแยกธาตุ ใน ปีพ.ศ. 2455 สังกัด กรมกษาปณ์สิทธิการ  กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ  โดยได้รวบรวมงานวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดมารวมไว้ในกอง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2461 กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ได้รวมงานวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการอยู่ในที่ต่างๆ มาไว้ในที่แห่งเดียวกัน โดยจัดตั้งศาลาแยกธาตุ อยู่ในสังกัดของกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ เมื่องานวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยขยายขอบเขตและเจริญมากขึ้น ศาลาแยกธาตุ  ได้ปรับปรุงกิจการและได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกรมวิทยาศาสตร์ ในสังกัดของกระทรวงเศรษฐการ เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2476 และในปี พ.ศ. 2485 สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ในช่วงเวลาดังกล่าวภาระหน้าที่ของกรมวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าและมีปริมาณงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดหน่วยงานสำคัญที่แยกออกจากกรมวิทยาศาสตร์หลายหน่วยงาน เช่น องค์การเภสัชกรรม (2482) องค์การสารส้ม (2496) สถาบันวิจัยแห่งชาติ  หรือสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติในปัจจุบัน (2499) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (2505) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (2506) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (2522) สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (2541)
ต่อมาในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่4  (พ.ศ.2520-2524)  รัฐบาลได้จัดตั้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน ขึ้นในปี พ.ศ. 2522  (ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ทำให้กรมวิทยาศาสตร์เดิมเปลี่ยนชื่อเป็น กรมวิทยาศาสตร์บริการ แยกออกจากกระทรวงอุตสาหกรรมมาสังกัดอยู่ในกระทรวงที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) และเมื่อพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2562 ลงในราชกิจจานุเบกษา มีผลทำให้จัดตั้ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรม ก็เข้ามาเป็นส่วนราชการหนึ่งของกระทรวงด้วย

Share