มศว ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษฯ  “พัฒนาเด็กพิเศษ” 

มูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย ศาสตราจารย์ ศรียา นิยมธรรม ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษ ร่วมด้วย ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ จัดอบรมเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ลูกของฉัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจริงหรือ” เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563  หอประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เพื่อเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการดำรงชีวิตในสังคม โดยมีผู้ปกครอง ครู นักจิตวิทยาและนักวิชาการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้ารับฟังจำนวนมาก

มูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพันธกิจบทบาทในการคัดกรองหรือค้นหาเด็กที่มีความต้องการพิเศษและให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการดูแล ช่วยเหลือ และพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ รวมทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษ ซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทดสอบการพูด การทดสอบเด็กที่อาจจะอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ LD การตรวจวัดการได้ยิน การวัดพัฒนาการและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

  

  

  

ล่าสุด มูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษฯ ได้ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาการศึกษาพิเศษ มศว จัดอบรมเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ลูกของฉัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจริงหรือ” โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว เป็นประธานเปิดงานและรับฟังคำกล่าวรายงานจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล ผู้อำนวยการและนักวิชาการศึกษา ศูนย์พัฒนาการศึกษาพิเศษ มศว ใจความว่า “งานวันนี้จัดขึ้นเพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ใกล้ชิดที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ได้รู้ปัญหาและวิธีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเด็ก ตลอดจนเพื่อสร้างการจัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้จริงและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้เหล่านี้มักจะถูกละเลยหรือทิ้งไว้หลังห้อง มุมห้องในห้องเรียน อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะจัดรูปแบบการศึกษาพิเศษให้กับพวกเขา ทว่าปัจจุบันการจัดการศึกษาพิเศษแบบนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นการสนับสนุน การเปิดโอกาสทางการศึกษาเพื่อให้เด็กพิเศษมีโอกาสได้เรียนรู้มากขึ้น เพื่อให้เด็กได้มีชีวิตอยู่ร่วมในสังคมทั่วไปอย่างมีคุณค่าและมีความสุข”

 

 

 

 

Share