“มศว – มติชน” สองพันธมิตร จัดประชุมสันติภาพโลก

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมมือกับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จัดการประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติด้านสันติภาพโลก เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่อาคารนวัตกรรม ศ.ดร.สาโรช บัวศรี มศว ประสานมิตร โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มศว ให้การต้อนรับผู้ทรงคุณวุฒิและวิทยากร ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ ศาสตราจารย์ ดร.ปานสิริ พันธุ์สุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (ผู้แทนอธิการบดี) คุณฐากูร บุนปาน รองประธาน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คุณปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อดีตอธิการบดี มศว สมาชิกวุฒิสภา นางสุจิตรา ดูไร เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม พระวิเทศปุญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน และพระธวัธชัย ธมมทีโป ประธานศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ บ้านวังเมือง
โดยมีพิธีเปิดงานเป็นการขับร้องประสานเสียงในบทเพลงมาร์ชศรีนครินทรวิโรฒ จากตัวแทนนิสิต สโมสรนิสิตคณะสังคมศาสตร์และ VTR กล่าวเปิดงานของ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว กล่าวว่า “บทบาทของ มศว ในฐานะสถาบันการอุดมศึกษาของภาครัฐ (นอกระบบ) ยังคงมีแนวนโยบายในการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมเช่นที่ผ่านมา แม้ทุกวันนี้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปในหลายด้านและเต็มไปด้วยความขัดแย้งในหลายประเด็น แต่มหาวิทยาลัยของเรายังคงเห็นความสำคัญและตระหนักถึง ‘สันติภาพ’ ว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างความอยู่รอดแก่มวลมนุษยชาติในโลกนี้ โดยแสวงหาความร่วมมือกับสื่อทรงอิทธิพลอย่างมติชน ซึ่งเรามี MOU หรือความร่วมมือกันในการนำเสนอข้อเท็จจริงไปสู่การรับรู้ของสังคมไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคมไทย วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่มหาวิทยาลัยในฐานะเจ้าภาพร่วมการจัดการประชุมระดับชาติ ได้เห็นถึงพลังความคิดของผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรภาคี มาร่วมกันชี้ทิศทาง ทัศนคติ ในการสร้างสันติภาพมาสู่โลกของเรา”
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อดีตอธิการบดี มศว และปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กล่าวปาฐกถาเรื่อง “บทบาทมหาวิทยาลัยต่อการรักษาสันติภาพโลก” ความว่า “ในวิชาศึกษาทั่วไปที่เป็นรายวิชาสำคัญของนิสิต มศว มีเนื้อหามุ่งสร้างการตระหนักรู้ถึงบทบาทและหน้าที่พลเมืองที่ดีมีคุณภาพ ส่วนวิชาเฉพาะจึงค่อยมุ่งสร้างคนเก่ง มหาวิทยาลัยต้องสร้างสำนึกในความจริง ยอมรับความแตกต่าง หลากหลาย ต้องมีปัญญาหรือ Wisdom อันจะนำมาซึ่งความดีและทักษะอีกด้วยเพราะปัญญาเป็นเครื่องมือให้เกิดสันติภาพและสร้างคนเก่ง คนดี แก่สังคม เป็นเครื่องมือให้มนุษยชาติอยู่รอดเทียบเท่ากับการศึกษา”
นอกจากนี้พระวิเทศปุญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน ที่ปรึกษาสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “บทบาทพระพุทธศาสนาต่อการรักษาสันติภาพโลก : กรณีประเทศไทย” ว่า  “หลายครั้งที่อาตมาได้เดินทางไปทั่วโลก ได้พบผู้นำต่างประเทศเพราะเรื่องสันติภาพ ก่อนที่จะมายังงานประชุมสันติภาพนี้ ก็ได้ไปร่วมงานสันติภาพโลกที่เมือง
คุชราต ประเทศอินเดีย ขอชื่นชม มศว ที่กล้าจัดงานนี้ เพราะมีมหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่แห่งที่คิดเรื่องเหล่านี้ซึ่งคนไทยยังไม่คุ้นเคย หากต้องการให้ประเทศสงบ เราต้องคิดและทำเรื่องสันติภาพให้มากเพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำความสุขให้เกิดขึ้นประชาชนและคนในชาติต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและมีความสุข”
ด้าน “หมอประเวศ” แนะสันติภาพโลกคือสิ่งสำคัญที่สุด
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสันติภาพ ที่ปาฐกถา เรื่อง “บทบาทของสังคมไทยต่อการรักษาสันติภาพโลก” ความว่า สันติภาพเป็นสิ่งสูงสุดของมนุษยชาติ หมายถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ โลกที่ขาดสันติภาพ ส่งผลกระทบต่อคนทุกคน ทุกประเทศในโลก ปัจจุบันมีทั้งความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้ง เช่น สงครามที่คร่าชีวิตมนุษย์ ความรุนแรงอย่างเงียบ คือ ความยากจน ความอยุติธรรมในสังคม ซึ่งเป็นความรุนแรงที่กระทบชีวิตมนุษย์มากกว่าความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้งหลายเท่า สิ่งเหล่านี้ก่อเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเมือง ท่ามกลางความรุนแรง ไม่ว่าปัญหาจะใหญ่แค่ไหน สิ่งที่ใหญ่กว่านั้น คือ ต้องจินตนาการอย่างไม่มีขอบเขต ไม่มีที่สิ้นสุดถึงการสร้างสันติภาพ ต้องเชื่อว่าสันติภาพสร้างได้ เหมือนเจ้าชายสิทธัตถะที่มีจินตนาการว่าคนพ้นทุกข์ได้ หรืออย่างที่อาร์คิมิดิส นักคณิตศาสตร์ชาวกรีก เคยพูดว่า “ถ้าหาที่ยืนให้ผม ให้มีจุดศูนย์กลางรองรับน้ำหนัก แล้วมีคานที่ยาวพอ ผมงัดโลกทั้งใบได้”  ประเด็นคือจุดยืน ดังนั้น การสร้างสันติภาพ ต้องมี 1.จุดยืนเหมาะ 2. หาคานงัดที่ยาวพอ โดยมีหลักการ อาทิ การเปลี่ยนตัวตั้งของการพัฒนา การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การสร้างสมดุล รวมถึงหลักการ “ประชาชนเพื่อสันติภาพ” เนื่องจากภาคส่วนของประชาชนเป็นมิตรกันมากกว่า
  

 

ปิดท้ายของการประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติด้านสันติภาพโลกด้วยการปฏิบัติธรรมฝึกจิตภาวนาสร้างสันติภาพและถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากนี้ก็จะมีการจัดการประชุมงานสันติภาพภาพโลกที่ประเทศสวีเดนในเดือนสิงหาคมปีนี้อีกด้วย ซึ่งแม้ว่าเราในฐานะมนุษยชาติคนหนึ่งที่แม้ว่าเราจะต่างเชื้อชาติ ศาสนา แต่ก็หวังว่าเราทุกคนในโลกนี้จะมีจินตนาการถึงการร่วมกันสร้างสันติภาพเพื่อให้โลกนี้มีสันติสุขร่วมกัน ดั่งเช่นกรณีที่ท่านเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย คุณสุจิตรา ดูไร ได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง “บทบาทอินเดียต่อการรักษาสันติภาพโลก” ได้หยิบยกเรื่องราวตัวอย่างของท่านโมหัสทาน กะรัมจันท คานธี หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ท่านมหาตมะ คานธี มหาบุรุษ นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเอกราชของอินเดีย โดยท่านมหาตมะ คานธี นั้นได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในหลายๆ แง่มุม ยกตัวอย่าง เช่น Martin Luther King นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของชาวผิวดำในสหรัฐอเมริกา ที่ได้นำเอาวิธีต่อต้านอย่างสันติของท่านมหาตมะ คานธีมาปรับใช้ และคำแนะว่าคนเราไม่ควรพึ่งพาระบบทุนนิยมที่มากเกินไปเพราะสุดท้ายแล้ว ความเรียบง่าย ความมีอารมณ์ขัน ความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ และความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงนั้น สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี อินเดียต้องต่อสู้กับปัญหาความขัดแย้งในหลายด้านทั้งปัญหาภายในและภายนอก ปัญหาพรมแดนแต่อินเดียก็มีความสำเร็จสันติได้จากการพยายามรักษาสันติภาพในแนวทางของมหาตมะ คานธี ด้วยคำกล่าว “โลกทั้งผองพี่น้องกัน” เป็นต้น หรืออย่างบทเพลง “We are the World” ที่เคยดังกึกก้องจากเสียงร้องของเหล่านักร้องต่างสีผิวเชื้อชาติร่วมกันไปทั้งโลก สันติภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกที่ทุกมิติ ไม่มีข้อแม้เงื่อนไข โดยเฉพาะในสถานการณ์ความเป็นไปของโลกปัจจุบันที่มนุษย์เรากำลังเผชิญหน้ากับความน่าสะพรึงกลัว หวาดกลัวจากโรคระบาด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ เป็นต้น สันติภาพอาจเป็นคำตอบเพียงคำตอบเดียวที่เราทุกคนทุกชาติทุกศาสนา ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นได้ในคนรุ่นใหม่รุ่นนี้ให้จงได้

Share