กตเวทิตาจิต ผู้เกษียณ มศว ชีวิตจริงที่เริ่มต้นได้อย่างมีคุณค่า คือค่าของคนวัยเกษียณ  

วันที่ 30 กันยายนของทุกปี เป็นวันของผู้เกษียณอายุราชการในวัย 60 ปี ในส่วนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ของเรานั้นก็เช่นกัน ทุกปีของวันสิ้นเดือนกันยายนหรือวันสิ้นปีงบประมาณ ก็จะมีงานแสดงกตเวทิตาจิตแก่ผู้เกษียณมากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละปี เพื่อแสดงความขอบคุณกตเวทิตาแก่ผู้เกษียณที่ได้ทำงานในหน้าที่ของตนด้วยความอุตสาหะและสามารถดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์จนผ่านพ้นวัยมาสู่วัยเกษียณอายุราชการในวันนี้ได้อย่างภาคภูมิ
โดยในวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้จัดงาน กตเวทิตาจิตแก่ผู้เกษียณ อย่างสมเกียรติและอบอุ่นไปด้วยผู้เกษียณ ญาติสนิทมิตรสหายแขกเหรื่อที่ต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้เกษียณอย่างแน่นขนัดในห้องแปดเหลี่ยม อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องฯ มศว  ซึ่งได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี เป็นประธานกล่าวให้มุมมองข้อคิดหลักปฏิบัติในการใช้ชีวิตที่ดีมีความสุขหลังเกษียณ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและชาว มศว “วันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิตของพวกท่านผู้เกษียณอายุราชการ เชื่อว่าเป็นวันแห่งการรอคอยของทุกคนที่ทำงานมาตลอดทั้งชีวิต หลายคนทำงานที่ มศว ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้โดยไม่เคยเปลี่ยนที่ทำงานไปที่ไหนเลย เป็น ‘ลูกหม้อ’ ของ มศว ซึ่งมีทั้งที่เป็นข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างประจำ บางทีวัยเกษียณก็อาจเป็นวันแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ได้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่อยากทำ วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 1 ตุลาคมก็อาจจะตื่นขึ้นมาแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ยังงงๆ อยู่บ้าง ก็ต้องปรับเปลี่ยนวางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณให้มีความสุข ความสบายกายสบายใจ ต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ไม่ได้หมายความว่าเกษียณแล้วจะไม่ต้องทำงาน แต่งานที่ท่านจะทำหลังจากนี้จะเป็นงานในรูปแบบที่แตกต่างไปจากการทำงานในแบบเดิมๆ ที่เคนชินทำมาทุกวันนั้น ผมขอแนะนำว่าหากท่านรักการท่องเที่ยว การทำงานที่เป็นประโยชน์กับสังคม ก็มีชมรมผู้สูงอายุ มศว ให้ท่านได้พิจารณาเข้าไปเป็นสมาชิก เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ท่องเที่ยว ใช้ชีวิตของผู้สูงอายุที่มีความสุขได้กับเพื่อนใหม่ๆ ที่เกษียณไปก่อนหน้าจำนวนมากแล้ว หรือหากท่านมีความรู้ความสามารถ ความถนัดเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็สามารถอุทิศตัวเสียสละเวลาไปทำกิจกรรมดีๆ เป็นจิตอาสาให้กับสังคมและคนอื่นๆ ท่านจะได้ความสุขที่มากกว่าการได้เงินทองของรางวัล เพราะเป็นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่าของผู้เกษียณ คือค่าของคนวัยเกษียณที่น่าภูมิใจ”
แม้จะมีการกำหนดช่วงวัยของคนทำงานเอาไว้ที่วัย 60 ปี แต่มนุษย์เราก็ยังมีความคาดหวังในการยืดอายุให้ยืนยาว รวมไปถึงการยืดอายุเกษียณจากเดิม 60 ปี เป็น 63-65 ปี เป็นการเพิ่มขึ้นของอายุวัยเกษียณเพราะเชื่อว่ายังเป็นช่วงวัยที่คนเรายังมีร่างกายแข็งแรง ยังทำงานไหว ยังทำงานได้นานขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 77 ปี ขณะที่อายุวัยเกษียณอยู่ที่ 60 ปี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียและประเทศไทยอายุวัยเกษียณ คือ 60  58 และ 60 ตามลำดับ โดยค่าเฉลี่ยประมาณการณ์ของวัยเกษียณของภูมิภาค อยู่ที่ 75% โดยบางคนอาจมีการถกเถียงกันว่าอายุวัยเกษียณควรเปลี่ยนเป็น 75 หากมนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี หรืออายุเกษียณสามารถไปถึง 112.5 ปี หากคาดว่าอายุขัยสามารถเพิ่มขึ้นไปถึง 150 ปี ข้อมูลนี้อาจสร้างความประหลาดใจและอาจะเป็นความหวังของคนที่ยังไม่อยากเกษียณในวัย 60 ปี เป็นอย่างมาก ในความเป็นจริงแล้วนั้นสถานการณ์อายุเกษียณมีการปรับขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้มีการประกาศขยายอายุเกษียณจาก 60 ปี ไปเป็น 65 ปี ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยไม่นั้นก็ยังไม่มีข้อสรุปจากมติคณะรัฐมนตรี ถ้าเป็นจริงก็จะส่งผลให้คนเราทำงานอย่างมีชีวิตชีวาและสร้างสังคมนานกว่าเดิม มีการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่วัยทำงานส่วนใหญ่ยังมีการสะสมเงินอมมากขึ้นและมีเวลาในการสนุกกับวัยเกษียณกับครอบครัวและคนที่เรารักได้มากขึ้น


การเริ่มต้นแห่งชีวิตจริง
ในช่วงหลายปีมานี้และอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ สังคมไทยเราจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ นั่นหมายความว่าจะมีวัย
ผู้สูงอายุมากกว่าวัยหนุ่มสาวคนทำงาน รัฐอาจต้องแบกรับภาระหนักอึ้งในการเลี้ยงดูให้สวัสดิการแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุยืนมากขึ้น แต่ก็มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจได้มีการพัฒนาขึ้นในกลุ่มคนอาวุโส ในด้านพลังการออมอย่าง
มีพอเพียง บรรดาผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเกษียณอายุจากการทำงาน ได้เริ่มต้นเส้นทางการใฝ่หาความสนใจส่วนบุคคล เช่นการเป็นนักบรรยาย การสอน การเป็นผู้ฝึกสอนและอื่นๆ เหล่าผู้อาวุโสเหล่านี้ยังคงปฏิบัติงานและได้รับความพึงพอใจและไม่มีแรงจูงใจโดยการรับผลตอบแทน หลายคนเรียกช่วงเวลานี้ว่า “การเริ่มต้นแห่งชีวิตจริง” ความหมายของการเกษียณอายุจึงไม่เหมือนกันทุกคนเสมอไป


ค่าใช้จ่ายค่าครองชีพในชีวิตประจำวันสูงขึ้นทุกยุคสมัย ผู้เกษียณอายุบางคนต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเลี้ยงชีพในรายที่ไม่มีเงินเบี้ยหวัด เงินบำนาญ แต่ยังต้องการมีชีวิตที่มีคุณภาพ ผู้เกษียณอายุที่ไม่ต้องการใช้ชีวิตเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการออมเงิน การลงทุนในพันธบัตรเพื่อรับรายได้เป็นดอกเบี้ย เงินปันผลในยามเกษียณ
ผู้เกษียณอายุต่างคาดหวังที่จะปรับไปสู่วิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่และมุมมองใหม่ด้านการเงิน แต่ละคนมีหน้าที่ในการตัดสินใจว่าพวกเขามีความจำเป็นเท่าไรและวิถีการดำเนินชีวิตแบบไหนที่พวกเขาต้องการจะเป็นในยามเกษียณอายุ สำหรับบางคน การเกษียณอายุจะเกิดขึ้นเมื่อเรื่องกายของเขาไม่รองรับการทำงานอีกต่อไป  สำหรับคนอื่น การเกษียณอายุถือเป็นการตัดสินใจในขณะที่ยังแข็งแรง เพราะต้องการใช้เวลากับครอบครัวและคนที่รักให้มากขึ้น โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลเหล่านี้ การเกษียณอายุถือเป็นเวทีขั้นสำคัญของชีวิตและการวางแผนก็ถือเป็นกุญแจของการเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลานี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การเกษียณอายุมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมาก่อน โดยส่วนมากก็จะเกี่ยวเนื่องมาจากการรักษาสุขภาพ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการวางแผนสำหรับการเกษียณอายุที่เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินในแต่ละระดับ หากผู้เกษียณสามารถมีงานที่รักที่ถนัดซึ่งยังสามารถทำได้ด้วยการมีร่างกายแข็งแรง มีสภาพการเงินที่เกิดจากการอดออมสะสมวางแผนมาอย่างดีรัดกุมแล้ว ผู้เกษียณก็จะใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลมีความสุขใจตามมาด้วยอย่างแน่นอน “ชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเป็นชีวิตจริงอีกครั้ง”

 

Share