มศว ร่วมมือ Class Cafe ร้านกาแฟ Start Up ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการและเทคโนโลยีดิจิทัล

ธุรกิจของคลาสคาเฟ่ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในห้องแถวเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองโคราชบ้านเกิดของมารุต ด้วยความเป็นคนในพื้นที่ ทำให้สนุกกับการขายและการจัดกิจกรรมร่วมกับทางเมือง เช่น การนำกาแฟไปแจกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาตลอดวัน จึงทำให้ชื่อเสียงของร้านกาแฟคลาสคาเฟ่ ได้ใจชาวเมืองโคราชไปโดยง่ายดาย จากร้านกาแฟร้านเล็กๆ ในนครราชสีมา เปิดตัวครั้งแรกในปี 2556 ขายกาแฟได้เพียงวันละ 30-40 แก้ว เวลานี้นอกจากคลาสคาเฟ่จะมี 15 สาขา ใน 3 จังหวัดภาคอีสานแล้ว ยังสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่า ที่สำคัญกำลังเป็นธุรกิจร้านกาแฟร้านแรกของไทย เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 ปีนับจากนี้

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมลงนามในนามของมหาวิทยาลัย กับ นายมารุต ชุ่มขุนทด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร    บริษัท คลาสคอฟฟี่ จำกัด  ในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการและเทคโนโลยีดิจิทัล ระหว่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กับ บริษัท คลาสคอฟฟี่ จำกัด  โดยมี  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.วิศาล มหาสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มศว นางสาวรพีพร  ตันประทุมวงษ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คลาสคอฟฟี่ จำกัด เป็นพยาน พร้อมด้วยบุคลากรเจ้าหน้าที่หอสมุด
มารุต ชุ่มขุนทด หรือ กอล์ฟ อดีตผู้บริหารด้านการตลาด เคยผ่านประสบการณ์ค่ายมือถือและมีเดีย ปลุกปั้นธุรกิจร้านกาแฟ คลาสคาเฟ่ขึ้นในเมืองโคราช ในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้กลายเป็น start up ท้องถิ่นเมืองโคราช ที่นอกจากได้ฉายา สตาร์บัคส์แห่งอีสาน ขยายสาขาเพิ่มเติมได้เกินคาดและยังคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าเขาจะพาธุรกิจ Start Up ร้านกาแฟคลาสคาเฟ่นี้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ให้จงได้ ล่าสุดนี้เมื่อวันที่ 9 เดือน 9  ปี 2019 มารุตก็ได้ตัดสินใจลงนามความร่วมมือที่จะเปิดร้านกาแฟคลาสคาเฟ่ขึ้นในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ณ บริเวณด้านหน้าสำนักหอสมุดกลางอย่างชนิดที่เป็นการเปิดการเรียนรู้ใหม่ให้กับนิสิตคนรุ่นใหม่ที่อยากจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจการเป็น Start Up ถือเป็นก้าวสำคัญ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ให้มากขึ้น
สาขาในกรุงเทพฯ จะไม่เหมือนกับต่างจังหวัด เพราะเขาจะเลือกจับมือกับ partner ที่มีทำเล หรือร้านค้าปลีกอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการเจรจากับหุ้นส่วนหรือคู่ค้าพันธมิตรทั้งธุรกิจค้าปลีก สื่อสารและอสังหาริมทรัพย์ โดยวางจุดยืนให้เป็น community lifestyle เน้นสร้างบรรยากาศในรูปแบบของ digital lifestyle ให้เป็นสถานที่มาพบปะกัน จาก offline to online และการให้คืนต่อสังคม โดยใช้ Social media engagement มาใช้การทำการตลาด ช่วยสะท้อนจุดยืนว่าร้านนี้ไม่ได้ขายแค่กาแฟเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่าทำไมคลาสคาเฟ่ที่มีทั้งชื่อและความเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่มีอัตลักษณ์ จึงจะสามารถมาอยู่ในสถาบันการศึกษาได้ในหลายๆ ที่

ความสำเร็จของคลาสคาเฟ่ นอกจากตกแต่งร้านด้วยสไตล์ขรึม เรียบง่าย เน้นรองรับลูกค้านิสิตนักศึกษา คนทำงาน การทำกิจกรรมการตลาดตอบโจทย์กับลูกค้าแล้ว ยังเน้นเรื่องของการทำ CSR ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน แจกกาแฟในงานต่างๆ ส่งทีมงานไปเป็นจิตอาสา เก็บขยะ โดยจะร่วมทำกิจกรรมลักษณะนี้กับท้องถิ่นทุกแห่งที่คลาสคาเฟ่ มีสาขาตั้งอยู่ รวมถึงการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง เป็นวิธีที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก สร้างฐานลูกค้า ได้ใจ ลูกค้าไปเต็มๆ เข้าตำราสร้างแบรนด์ให้ถูกใจคนรุ่นใหม่ แบรนด์ต้องเป็นผู้ให้ด้วย “การเป็น start up ไม่จำเป็นต้องโกงภาษีและไม่จำเป็นต้องกำไรสูงสุด แต่ราจะต้องโปร่งใส เทใจให้กับสังคม” มารุต กล่าว                   ในความร่วมมือดังกล่าวนี้ นับเป็นโอกาสใหม่ในการจัดให้เกิดการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ 1. เพื่อจัดให้เกิดกิจกรรมและการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย ให้แก่นิสิตและบุคลากรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตและบุคลากร ได้ฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ ได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการ เทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะสำคัญที่จำเป็นในการปฏิบัติงานจริง และเพื่อให้นิสิตให้มี ความสามารถตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ จากภาคเอกชนที่เป็นเครือข่ายกับ บริษัทฯ เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทางเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนฝึกให้มีประสบการณ์  2. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ให้มีบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับการจัดกิจกรรมและการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนทัศนะ มุมมอง ประสบการณ์ ในมหาวิทยาลัย กับภาคธุรกิจ โดยนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ มาใช้เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจและส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดจน โดยมุ่งให้เกิดมุมมองที่หลากหลายในการพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย  โดยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของสังคมโลก ทั้งนี้หน้าที่ของมหาวิทยาลัยตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ คือ 1.กำหนดกรอบแนวทางการจัดกิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับทางบริษัท 2. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ และการคัดเลือกนิสิต บุคลากร ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าร่วมโครงการ และฝึกประสบการณ์ในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางบริษัทจัดขึ้น 3. มหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในการจัดการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีดิจิทัล ส่วนหน้าที่ของบริษัท คือ 1. เป็นผู้วางแผน และออกแบบการดำเนินกิจกรรม การจัดการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมกับ ทางมหาวิทยาลัย 2. สร้างเครือข่ายพันธมิตรของผู้ประกอบการในสาขาต่าง ๆ ที่หลากหลาย และนำศักยภาพทางธุรกิจจากเครือข่าย มาถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นให้แก่นิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัย  3. ดำเนินจัดกิจกรรมการเรียนรู้การจัดการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะแก่นิสิตและบุคลากร ที่เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ 4. ประสานการขอใช้บริการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย 5. เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามที่ตกลงกับมหาวิทยาลัย   ทั้งนี้ระยะเวลาความร่วมมือมีเวลา 3 ปีนับแต่วันทำบันทึกข้อตกลงนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว ทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกันเป็นหนังสือเพื่อขยายระยะเวลาความร่วมมือในการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ออกไปตามความเหมาะสม โดยมีเหตุอันสมควรอีกก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share