“วนิดา คอนเสิร์ต” มินิโชว์เคส เรียนดนตรีไทยและเอเชียที่ มศว

ทันทีที่ได้เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ “วนิดา คอนเสิร์ต” ทำให้ต้องรีบสาวเท้าก้าวไปยังหอศิลปกรรมศรีนครินทรวิโรฒ ชั้น 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) การแสดงคอนเสิร์ตกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เด็กๆ นิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชีย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว มีท่าทางตื่นเต้นกันมากสำหรับงานการแสดผลสัมฤทธิ์ดนตรีไทยทางการศึกษาของพวกเขาในเย็นวันนี้
โอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุจี ศรีสมบัติ หัวหน้าสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชีย ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิด กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดงานการแสดงดนตรีของเหล่าลูกศิษย์ชั้นปีที่ 1 ที่พวกเขาได้เรียนการปรับพื้นฐานในช่วง Summer ที่ผ่านมา พวกเขาขยันหมั่นฝึกซ้อมและทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและวิชาชีพของพวกเขา วันนี้ได้เห็นว่าพวกเขาเตรียมพร้อมกันมาก โทร.ไปตามประธานรุ่นกันตั้งแต่บ่าย เขาก็คงรู้สึกตื่นเต้นและครูก็รู้สึกเอ็นดูในความเป็นธรรมชาติของพวกเขา ปลาบปลื้มแทนพวกเขาและขออวยพรให้พวกเขาประสบความสำเร็จและขอขอบพระคุณคณาจารย์ภาควิชาทุกท่านฯ และผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้มาร่วมรับฟังบทเพลงจากนิสิตดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชีย เป็นกำลังใจให้นิสิตที่เรียนดนตรีไทยทุกคนค่ะ”
ดนตรีไทยเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า วิชาดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชียที่เปิดสอนในคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว ที่แสดงออกผ่าน “วนิดา คอนเสิร์ต” 1 ชั่วโมงเต็มเย็นนี้ ฉุกใจให้หันมาตระหนักถึงคุณค่าของดนตรีไทยและชื่นชมว่า เด็กรุ่นใหม่เรามีความสามารถทางด้านดนตรีไทยอยู่ในสายเลือด โชว์เคสเล็กๆ เป็นการแสดงผลงานการเล่นเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆ ตามความถนัดความชื่นชอบของนิสิตชั้นปีที่ 1 ซึ่งต่างคนต่างมาจากหลายที่หลายทาง แต่เมื่อได้มาเรียนอยู่ด้วยกันในสิ่งที่รักที่ชอบเหมือนกัน เกิดการปรับพื้นฐานตลอด 1 เดือนในช่วงปิดภาคเรียนนั้น วันนี้ผลงานการแสดง ฝีไม้ลายมือ ชั้นเชิงการบรรเลงเล่นเครื่องดนตรีไทยของพวกเขามีความไพเราะ มีอรรถรสครบรสทั้งความอ่อนความแข็งของทุกท่วงทำนอง สอดประสานกันเป็นวงเครื่องสายรายการแสดงต่างๆ  อันประกอบไปด้วย รายการที่ 1 เพลงโหมโรงจอมสุรางค์ บรรเลงโดยวงมหาดุริยางค์ รายการที่ 2 เพลงจระเข้หางยาว สามชั้น บรรเลงโดย วงปี่พาทย์ไม้แข็ง รายการที่ 3 เพลงใบ้คลั่ง สามชั้น บรรเลงโดยวงเครื่องสายเครื่องคู่ผสมขิม รายการที่ 4 เพลงตัวร้ายที่รักเธอ ซ่อนกลิ่น คำหวาน (ที่เธอไม่เอา) บรรเลงโดย วงดนตรีไทยร่วมสมัย รายการที่ 5 เพลง เต่ากินผักบุ้ง สองชั้น บรรเลงโดย วงปี่พาทย์ไม้นวม
นิสิตชั้นปีที่ 1 ที่ร่วมกันบรรเลงดนตรีไทยและขับร้องเพลงไทยเดิม ต่างสลับสับเปลี่ยนหน้าที่การเล่นเครื่องและขับร้องกันในแต่ละรายการ ทุกคนสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้มากกว่าหนึ่งชิ้นนอกจากชิ้นที่ตนถนัด รายการแสดงรายการนี้เขาอาจจะเป็นผู้ขับร้องเพลงไทยแต่ในอีกรายการการแสดงถัดมาเขาอาจจะต้องไปเล่นฆ้องวงใหญ่หรือเล่นระนาดแทน ทำนองนี้ นี่คือการเรียนการสอนที่มีการบูรณาการเพื่อให้ผู้เรียนในสาขานี้สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด หรือไม่ก็เล่นได้ทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่ เช่น กีตาร์ คาฮอง เล่นกับระนาดเอก ซออู้ ซอด้วง ในวงดนตรีไทยร่วมสมัย

คอนเสิร์ตวันนี้ เป็นมินิโชว์เคส ที่น่ารักและอบอุ่น เต็มไปด้วยบรรยากาศของผู้รับฟังที่เป็นกลุ่มเพื่อนพ้องนิสิตต่างสาขาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ยกชั้นปีมาให้กำลังใจเต็มที่ จนรับรู้ได้ถึงพลังรักสามัคคีของพวกเขา มิหนำซ้ำยังโชคดีที่เย็นนี้มีน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนมาแตร์เดอี มาเยี่ยมชมคณะศิลปกรรมศาสตร์ พี่ตี๋พีอาร์คณะฯ เลยพามารับฟังรับชมความไพเราะของดนตรีไทยให้กลับไปเป็นแรงบันดาลใจมากขึ้นในการเลือกมาเรียนต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว ในสาขาดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชียนี้ก็เป็นได้
แม้รูปแบบการแสดงจะยังคงรูปแบบการแสดงดนตรีไทยแบบดั้งเดิม บทเพลงบางรายการแสดงเป็นเพลงสองชั้น สามชั้น ตาม Format ลักษณะเพลงไทยเดิม แต่ผู้เล่นคือนิสิต คือคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักดนตรีไทยและพวกเขากำลังทำหน้าที่สืบสาน รักษาและต่อยอดดนตรีไทยด้วยจิตวิญญาณของพวกเขา พวกเขาคืออนาคตของครูดนตรีไทย คือความหวังของวงการวิชาชีพดนตรีไทยและอีกหลายบทบาทที่มีดนตรีไทยไปเกี่ยวข้องในความเป็นไทยและเอเชีย ซึ่งพวกเขาได้คิดสร้างสรรค์ให้เนื้อหามีความร่วมสมัยขึ้นด้วย อย่างเช่น เนื้อหาของเพลงคำหวาน (ที่เธอไม่เอา) “…เฮ้ย อะไรกันวะ และเหตุอันใด เธอถึงไม่เข้าใจ ปู่ย่าตายายยังจีบกันติดหรือว่าพินิจภาษาผมเก่าไป ถ้ารักก็บอกแต่ใจ ไม่ต้องมา อง มา I love you หรือว่าผมมันโบราณ addict ไม่เรียกคู่ชีวิตว่า my boo ไม่ได้มีดีที่ my shoes …” ได้เห็นความสามารถและความรู้ที่นิสิตดุริยางค์ปี 1 แสดงออกมาในคอนเสิร์ตชื่อหวานๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหนังละครเรื่อง วนิดา กันเลยแบบนี้ ก็ต้องชื่นชมเป็นกำลังใจและเป็นความเชื่อมั่นให้กับวงการวิชาชีพดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชีย ว่าถ้าคนรุ่นหลังๆ ไม่หลงลืมรากเหง้าดนตรีไทยของชาติไทยเราแบบนี้ การศึกษาดนตรีไทยก็ไม่มีวันตาย ศิลปินแห่งชาติด้านดนตรีไทยอาจเป็นรางวัลชีวิตสูงสุดของนิสิตใครคนหนึ่งในนี้ก็เป็นได้ แน่นอนว่าศักยภาพของนิสิตหลังการปรับพื้นฐานแล้วจะยิ่งเข้มข้นขึ้นตามชั้นปี ตามประสบการณ์ ตามภูมิรู้ ทำให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒคงชื่อเสียงความเชื่อมั่นของการเรียนการสอนด้านดนตรีไทย ดุริยางคศาสตร์ไทยและเอเชีย หนึ่งในสาขาวิชาที่ดีที่สุดอีกหนึ่งสาขาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ของเรา

Share