บัณฑิตวิทยาลัย มศว เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตร สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการดูแล

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)  มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาครอบคลุมศาสตร์หลายแขนงในระดับบัณฑิตศึกษาประกอบด้วยสาขาวิชาที่มีมิติความหลากหลายแห่งการเรียนรู้ ได้แก่ ดุริยางคศิลป์ สรีรวิทยาทางการกีฬา ศึกษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อณูชีวโมเลกุลบัณฑิตวิทยาลัยมีพันธกิจด้านการจัดการเรียนการสอน ควบคุมดูแลหลักสูตรระดับปริญญาเอก 26 หลักสูตร ปริญญาโท 71 หลักสูตร หลักสูตรประกาศนียบัตร 9 หลักสูตร เพื่อตอบสนองเป้าหมายการศึกษาของนิสิตผู้สนใจศึกษาต่อในระดับสูง แสวงหาองค์ความรู้ศาสตร์แห่งศิลป์หรือวิทยาการที่ก้าวหน้าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก ภายใต้สภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่มีนิสิตมากกว่า 5,000 คน
ล่าสุด บัณฑิตวิทยาลัย มศว ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยความร่วมมือการผลิตบัณฑิตระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการดูแล เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมบัณฑิตวิทยาลัย ชั้น 18 อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มศว ประสานมิตร โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี เป็นประธานพิธีลงนาม ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ปานสิริ พันธุ์สุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย กล่าวรายงานถึงความสำคัญของพิธีลงนาม โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานคร ร่วมลงนาม
โครงการฯ นี้เกิดขึ้นจากการที่บัณฑิตวิทยาลัย มศว ได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ งบประมาณปี 2562  เพื่อผลิตบัณฑิตระดับประกาศนียบัตร สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการดูแล เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถในการให้บริการด้านการศึกษาพิเศษและการดูแล แก่บุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ชุมชนและสังคม เพื่อสร้างเครือข่ายและพัฒนางานด้านการศึกษาพิเศษ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้การสนับสนุนจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษามายาวนาน 70 ปี โดยมีคณะศึกษาศาสตร์เป็นคณะแรกที่มีพันธกิจหลักในการผลิตบัณฑิตทางการศึกษา นอกจากนี้ก็ยังมีบัณฑิตวิทยาลัยที่ให้การจัดการเรียนแก่นิสิตระดับปริญญาโทและเอกมากกว่า 40 ปี ปัจจุบันบัณฑิตวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ จึงได้เปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรี (เอกคู่) เพื่อสังคมและพัฒนาการศึกษาของไทย เปิดสอนทั้งในและนอกเวลาราชการ ส่วนปริญญาตรีเปิดสอนในเวลาราชการ ซึ่งนิสิตที่เข้าเรียนจะเลือกเรียนอีกหนึ่งสาขาจาก 5 สาขา คือ สาขาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม
ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา บัณฑิตวิทยาลัย ได้ผลิตบัณฑิตนิสิตระดับปริญญาโทและเอก นิสิตระดับปริญญาตรีได้รับทุนจากสำนักการศึกษากรุงเทพมหานครและทุนบัณฑิตคืนถิ่น นิสิตได้รับประสบการณ์ตรงจากการจัดการศึกษาพิเศษจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน อาทิ ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ โรงเรียนสอดนคนตาบอดกรุงเทพ ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับด้านการศึกษาพิเศษอีกหลายแห่ง คณาจารย์ก็มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ การสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ร่วมวิจัยกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มศว ศูนย์บริการวิชาการ มศว เป็นต้น ตลอดจนผลงานด้านการบริการวิชาการแก่ชุนและสังคม ตามนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมโดยเฉพาะในเขตพื้นที่นครนายกและสระแก้วของมหาวิทยาลัย จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษ บุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัยก็ได้รับเชิญเป็นวิทยากร เป็นพี่เลี้ยงเด็กพิเศษ จัดอบรมให้ความรู้ที่เกี่ยวกับการศึกษาพิเศษอีกหลายโครงการ เป็นต้น นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิปัญญาเลิศ ชมรมเพื่อการศึกษาพิเศษแห่งประเทศไทย
โครงการนี้ให้การสนับสนุนแก่บุคลากรผู้สอนและดูแลบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ โดยมีคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล เป็นผู้รับผิดชอบ
ในวันพิธีลงนามดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน ได้นำเสนอวีดิทัศน์ 70 ปีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งท่านอธิการบดีเป็น Keynote Speaker ถ่ายทอดสารัตถะสำคัญของวาระ 70 ปี มศว แก่สื่อมวลชนและประชาคม มศว เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อให้คณะผู้บริหารและคณะผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานคร ได้รับทราบถึงภาพลักษณ์ ความเจริญก้าวหน้าและทิศทางการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยในอนาคต โดยมีใจความสำคัญความว่า “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม บทบาทที่สำคัญและชัดเจนหนักแน่นต่อสังคมจนเป็นที่ประจักษ์และรับรู้ร่วมกันทั้งภายในและภายนอก เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ขับเคลื่อนสังคมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกการศึกษาในปัจจุบันอย่างน่าหวั่นสะพรึง เพราะมีการแข่งขันสูงจนถึงขั้นที่บางมหาวิทยาลัยก็ปิดกิจการลงแม้แต่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ การดำรงอยู่ของ มศว มาถึง 70 ปีในวันนี้จึงไม่เพียงแต่จะมี ‘บุญเก่า’ ‘ต้นทุนดี’ ที่นับตั้งแต่เริ่มรากฐานจากอดีตโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง สู่วิทยาลัยวิชาการศึกษาและสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งปัจจุบันมีนิสิตกว่า 24,000 คน มีศิษย์เก่า 3 แสนคน มีหลักสูตรการสอน 171 หลักสูตรในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก โดยมีหลักสูตรที่เป็นไปตามความต้องการของสังคม เป็นประโยชน์ต่อสังคมและหลักสูตรที่รองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคมใน 4 พื้นที่ตั้ง คือ ประสานมิตร องครักษ์ ตราด สระแก้ว
วาระครบรอบ 70 ปี มศว ในปี 2562 เมื่อวันที่ 28 เมษายน มหาวิทยาลัยได้จัดแคมเปญใหญ่คือ โครงการ ‘70 ปี 70 ทุน มศว คืนสู่สังคม’ ให้แก่นิสิตปริญญาโทและปริญญาเอกที่มีผลงานโดดเด่นด้านการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมจิตอาสา หรืองานเพื่อสังคมในปีการศึกษา 2562 และ 2563 นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมุ่งเน้นบทบาทการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมดังเดิมจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมการรองรับสังคมผู้สูงอายุร่วมกับ University of South Florida เพื่อสร้างหลักสูตรที่จะผลิตคนดูแลผู้สูงอายุทั้ง 3 ระดับ คือ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้บ้าง ผู้สูงอายุที่ติดเตียง
ความน่าสนใจและใหม่สดของมหาวิทยาลัยในขณะนี้ คือ การสร้างหลักสูตรใหม่เพื่อสังคม ซึ่งในปีการศึกษา 2560 ได้เปิดคณะใหม่ 2 คณะ ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม และ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้ง 2 คณะก็มีหลักสูตรเพื่อสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม เป็นหลักสูตรเฉพาะทาง สำหรับอนาคตก็เป็นหลักสูตรของเด็กพิเศษหรือเด็กที่มีภาวะออทิสซึ่ม  ซึ่งมีปัญหาในการเรียนรู้ โดยหลักสูตรนี้จะมีแพทย์ดูแลแม้จะเป็นหลักสูตรระยะสั้น รวมถึงหลักสูตรปริญญาตรีและโท หลักสูตร 4+1 ที่นิสิตชั้นปีที่ 4 สามารถเรียนปริญญาโทในสาขาที่ตนเองสนใจได้
อธิการบดีสมชาย สันติวัฒนกุล แถลงต่อหน้าสื่อมวลชนต่อไปว่า เป้าหมายที่ มศว พยายามทำในเวลานี้คือการละลายเส้นแบ่งคณะในแง่ที่ทำให้เกิดการบูรณาการศาสตร์ความรู้ต่างๆ ร่วมกัน ให้หลักสูตรทันเหตุการณ์ ทันสมัย พัฒนาความเป็นนานาชาติ เสริมสร้างความโดดเด่นในหลักสูตรเฉพาะทางที่ต้องกับความต้องการในอนาคต ‘ต้องคิดวันนี้ ทำวันนี้ ต้องคิดล่วงหน้าให้มีความทันสมัย’ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับ Huawei บริษัทหัวเว่ยในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและการนำ wi-fi 6 มาให้นิสิตใช้เป็นที่แรกของประเทศไทย ‘ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการทำความร่วมมือและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก ภาครัฐ ภาคเอกชนไปจนถึงระดับนานาชาติ’ โดยนำความเชี่ยวชาญชำนาญของการปฏิบัติงานจริงจากภาคเครือข่าย ภาคีที่มีของเอกชนมาสู่ห้องเรียน นำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้เพื่อการศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง รวมถึงการแลกเปลี่ยนนิสิต คณาจารย์ นักวิจัยกับต่างประเทศ รับนิสิตต่างชาติมากขึ้น เช่น จีนและอินเดีย เพื่อสร้างบรรยากาศสังคมการเรียนรู้แบบสากลให้เกิดขั้นในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสังคมเล็กๆ ในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบริบทสำคัญของสังคมไทยในการอยู่ร่วมกันที่ทำให้นิสิตได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีนอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีการปรับตัวพร้อมรับมือกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในด้านต่างๆ โดยมีการจัดตั้งศูนย์ต่างๆ เพื่อรองรับนิสิตที่แตกต่างด้วยการเป็น Smart University ที่มีการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตสำหรับจัดการข้อมูลนิสิตและแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้นิสิต รวมถึงการสื่อสารกับนิสิตผ่านทางสื่อโซเชี่ยลทุกช่องทางทั้งไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมและยูทูบ และจัดตั้งศูนย์นิสิตจิตอาสาเพื่อเสริมสร้างการเป็นมนุษย์และรู้จักการให้แก่ผู้อื่น ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์บริการสนับสนุนนิสิตพิการเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนิสิตพิการ ศูนย์ผิวหนัง มศว คณะแพทยศาสตร์ คลินิกกายภาพบำบัด มศว และสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะ
เภสัชศาสตร์ ทั้งนี้ มศว ยังมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบเฉพาะของโรงเรียนสาธิต 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝั่งประถม) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝั่งมัธยม) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ โรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มศว แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยสาธิตสุดท้ายนี้เป็นการรวมโรงเรียนเทศบาล 8 แห่งมาด้วยกันเพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กในพื้นที่ห่างไกลให้มีความรู้อ่านออกเขียนได้ทัดเทียมเด็กในที่อื่นๆ
ด้านคณะผู้บริหารและตัวแทนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ อาทิ ดร.อัมพร
พินะสา 
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า  “ปัจจุบันเรามีโรงเรียนเด็กพิเศษที่สอนเด็กพิเศษจริงๆ 20 โรงเรียนและมีโรงเรียนเด็กพิการ เด็กๆ เรียนรวมกันกับเด็กปกติอีกรวมๆ 820 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีครูที่ไม่ได้จบการการศึกษาพิเศษ ด้วยความจำเป็นที่ต้องสอน 147 คน ซึ่งจะต้องพัฒนาในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เขามีความสามารถในการดูแลเด็กพิเศษนี้ได้เพราะเป็นกลุ่มเด็กที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่น่าดีใจที่มีผู้เปิดโรงเรียนเพื่อเด็กพิเศษด้วยความรู้สึกเพื่อสังคมจริงๆ ไม่เหมือนโรงเรียนในระบบอื่นๆ ที่เปิดไปตามระบบ เรามีเด็กพิการประมาณ 300 กว่าคนที่อยู่ในการดูแล งบประมาณก็ยังน้อยมาก เด็กพิการพันกว่าคนในความดูแล งบก็ไม่ค่อยพอ อาจจะต้องมีโควตา มีโครงการมาช่วย ทุกคนก็ทำด้วยใจจริงๆ ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องดูแลครูให้มีศักยภาพที่จะดูแลเด็กพิเศษ”
ด้าน ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า “ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยที่จะทำหลักสูตรประกาศนียบัตร สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการดูแล สำหรับเด็กที่ชีวิตมืด จอมืดตาดับ เด็กที่เป็นเด็กพิการที่จะมาเข้าโครงการนี้เพราะเด็กพิการของ กศน. เด็กพิเศษของหน่วยงานไหนๆ ก็ดี ก็ถือว่าได้รับการช่วยเหลือ กระตุ้นพัฒนาการที่ดีขึ้น ร่างกายก็พิการก็เรียนหนังสือลำบากมาก กศน.มุ่งแก้ปัญหาเด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาเป็นอันดับแรก ว่าจะหลุดจากระบบด้วยความอ่อนแอของสังคม มีปัญหาจากเศรษฐกิจครอบครัว ไม่มีเงินเรียนหรือปัญหาจากตัวเด็กเองเช่นการพิการ เป็นเด็กพิเศษ เราจะต้องบูรณาการความร่วมมือเหมือนเช่นครั้งนี้ที่ทำร่วมกับ มศว เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้าถึงการศึกษาเพราะเป็นกลุ่มวัยเรียนที่อยู่นอกระบบ แต่เราไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว เรามีหน่วยงานมากมายที่ทำงานด้านการศึกษามาช่วยกัน ยุคนี้จึงเป็นยุค การเปลี่ยนความรู้ของยุคสมัยแก่ประชาชนที่อยู่นอกระบบไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองโดยมีการเปรียบ ครู กศน.ว่าเป็นหน่วยซีลในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
หลังจากลงนามความร่วมมือกันแล้ว หน่วยงานวันนี้จะไปคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมับติให้มาเรียนกับบัณฑิตวิทยาลัย มศว เจ้าของโครงการความร่วมมือการผลิตบัณฑิตระดับประกาศนียบัตร สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการดูแล โดยภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ หน่วยงานเหล่านั้นก็จะส่งรายชื่อบุคลากรที่ต้นสังกัดอนุญาตให้เข้าศึกษา มาทำการคัดเลือกรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาภายในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ และรายงานตัวเป็นนิสิตต่อไป โดยจะรับนิสิตรุ่นละ 40 คน จำนวน 2 รุ่น (2562-2563) รวม 80 คน จำแนกสัดส่วนดังนี้
1 ครูและบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 24 คนต่อรุ่น
2 ครูและบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาภาคเอกชน จำนวน 4 คนต่อรุ่น
3 ครูและบุคลากรสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จำนวน 4 คนต่อรุ่น
4 ครูและบุคลากรสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 4 คนต่อรุ่น
5 ครูและบุคลากรสังกัดสำนักการศึกษากรุงเพทมหานคร จำนวน 4 คนต่อรุ่น
   

ทั้งนี้ก็มีจำนวนขึ้นบัญชีสำรองของหน่วยงานต่างๆ นั้น จำแนกสัดส่วนไปอีก  แต่ถ้าแต่ละหน่วยงานได้ผู้เข้าศึกษามาไม่ครบตามจำนวนที่จัดสรรให้ มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาต่อให้เต็มจำนวนห้อง และขอให้ผู้มาเรียนเดินทางมา มศว ได้สะดวกและควรมีอย่างน้อย 2 คนต่อจังหวัดเพื่อสะดวกต่อการนิเทศก์
มหาวิทยาลัยได้กำหนดการปฐมนิเทศและเปิดเรียนวันแรกในวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 เรียนทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ โครงการฯ นี้ มหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบในส่วนค่าธรรมเนียมเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร  จำนวนเงิน 100,000 บาท (ที่เป็นทุนฯ) ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขึ้นทะเบียนนิสิต จำนวนเงิน 1,700 บาท (ซึ่งรวมการขึ้นทะเบียนรับปริญญาบัตรไว้ด้วยแล้ว) โครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อธิการบดีก็ได้ให้ความเชื่อมั่นแก่คณะผู้ร่วมลงนามว่า มศว เองก็ได้ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กพิการ เด็กพิเศษ โดยล่าสุดได้ให้การสนับสนุน “น้องแนน” นางสาวทิพภาวรรณ พลล่องช้าง  นักเรียนจากโรงเรียนนวมินทราชูทิศมัชฌิม จ.นครสวรรค์ ผู้พิการแขนและขาแต่สามารถสอบเข้าเรียนในวิทยาลัยนวัตกรมสื่อสารสังคมได้ และสำเร็จการศึกษาด้วยผลการเรียนดีเยี่ยม ซึ่งล่าสุดมหาวิทยาลัยได้ให้โอกาสในการสอบเข้าเป็นอาจารย์

ภัทรพร หงษ์ทอง/ข่าว
กฤชสุวัชร์ ประโยชน์พิบูลผล/ถ่ายภาพ
ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มศว

 

 

 

Share