คณะเศรษฐศาสตร์ มศว เปิดเวทีสัมมนา “ผ่าวิกฤตฝุ่น PM 2.5”

ประเทศไทยเราได้ประสบปัญหาฝ่าวิกฤติฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะดูเบาบางลงแล้วแต่คนส่วนใหญ่ยังคงหวั่นวิตกว่าฝุ่นพิษอาจจะกลับมาได้ในอนาคต

วันนี้ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จึงได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนไทยในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ จนนำมาสู่การจัดงานโครงการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ผ่าวิกฤติฝุ่น PM2.5 กับการรับมือด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนไทย” เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว ประสานมิตร โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี กล่าวเปิดงาน และ รศ.ดร.อ้อทิพย์ ราษฎร์นิยม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ กล่าวรายงาน

ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 ในด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยว่า “ฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อค่า GDP (Gross Domestic Product หรือค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ) ในช่วงสามไตรมาสหลังเป็นอย่างมาก จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่มักเดินทางมาประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนค่าความอันตรายของฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นรุนแรงเป็นอันดับหนึ่งของโลก และยังมีจังหวัดอื่นๆ รอบข้างที่ได้รับผลกระทบ เช่น เชียงใหม่ เชียงรายและแม่ฮ่องสอน”

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยกรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “แหล่งกำเนิดต่างๆ ของฝุ่น PM 2.5 เช่น การผลิตไฟฟ้าโดยแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิล อุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งกิจกรรมจากภาคครัวเรือนต่างๆ แต่โดยรวมแล้ว สาเหตุหลักของฝุ่น PM 2.5 คือการเผาในที่โล่ง ประเทศไทยควรที่จะศึกษาเหตุการณ์นี้ในประเทศต่างๆ ที่เคยประสบปัญหาและนำวิธีการแก้ไขมาปรับใช้ในประเทศ อีกทั้งองค์กรกรีนพีชยังจัดแคมเปญ Right Clean Air โดยนำเสนอตัวฝุ่น PM 2.5 ออกมาในรูปแบบของตัวการ์ตูนเพื่อความน่าสนใจของผู้คน โดยจะอธิบายถึงองค์ประกอบ โครงสร้างและการกระจายตัวของสสารที่แตกต่างกันของฝุ่น PM 2.5”

ด้าน แพทย์หญิงปิยพร ทรงณัฐศิริ จากโรงพยาบาลชลประทาน (ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว) กล่าวถึงผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 ในด้านสุขภาพว่า “ตัวฝุ่นสามารถเข้าถึงร่างกายของเราได้ง่ายมาก เพราะมีขนาดเล็ก โดยจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ เข้าสู่หลอดลมฝอยจนไปถึงเม็ดเลือดแดงและสมอง ก่อให้เกิดโรคต่างๆ มากมายและส่งผลเสียให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แสบจมูก หญิงตั้งครรภ์อาจคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่เกิดมาอาจผิดปกติ และยังส่งผลกระทบไปถึงระบบสืบพันธุ์อีกด้วย กลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบเหล่านี้มากที่สุดคือกลุ่มคนที่หายใจเร็ว เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ นักกีฬา ผู้ป่วยหอบหืด ภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งคนไข้ที่เจาะคอ วิธีการรับมือกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เราสามารถทำได้คือ การใช้เครื่องกรองอากาศ หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมในครัวเรือนที่จะก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 การกวาดบ้านนั้นทำให้เกิดฝุ่นได้เช่นกัน และวิธีการรับมือสุดท้ายคือการใส่หน้ากากอนามัย N 95 ซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่าป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

ในส่วนของ ผศ.ดร. คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ความเกี่ยวข้องกันระหว่างฝุ่น PM 2.5 และกฎหมาย ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นั้น ทางด้านนิติศาสตร์แล้ว ถือว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันที่ถูกกระทบ เช่น การเผาไร่อ้อย ทำให้อากาศเสียกระจายออกเป็นวงกว้าง ปัจจุบันอาจยังไม่มีกฎหมายที่เจาะจงเพื่อใช้ในปัญหานี้ แต่ยังมีการหารือกันถึงการร่างกฎหมายอากาศสะอาดขององค์กรตรวจสอบสิ่งแวดล้อม โดยจะเป็นกฎหมายที่จะกล่าวถึงสิทธิที่ประชาชนควรได้รับอากาศสะอาดในการหายใจ ซึ่งอากาศคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์และมนุษย์มีสิทธิที่จะได้รับอากาศที่ดีต่อร่างกาย”


รศ.ดร.อ้อทิพย์ ราษฎร์นิยม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์

วิกฤตฝุ่น PM 2.5 นั้นจะเริ่มขึ้นเมื่ออากาศนิ่งหรือไม่มีลมพัด ซึ่งจะเกิดขึ้นในฤดูหนาว ดังนั้นมีแนวโน้มสูงว่าฤดูหนาวนี้ ประเทศไทยจะประสบกับปัญหานี้อีกครั้ง งานสัมมนาวิชาการในครั้งนี้จะช่วยให้พวกเราทุกคนกระตือรือร้นต่อปัญหานี้ วิกฤตการณ์นี้อาจดูเป็นเรื่องใหม่ แต่ความจริงแล้ว ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นั้นเกิดขึ้นมาแล้วทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นประเทศไทยสามารถนำเอาวิธีการแก้ปัญหาของประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการกำจัดปัญหานี้ ข้อมูลต่างๆ ที่ถกเถียงกันถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่นำพาพวกเราทุกคนไปสู่หนทางการรับมือและแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายนิติพล ยืนยงพงศ์เสรี / นิสิตฝึกงาน / ข่าว

 

Share