มศว ร่วม วธ. เปิดตัวคอลเล็กชั่นผ้าไทยร่วมสมัย

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ และแบรนด์ WISHARAWISH (วิชระวิชญ์) โดยมีนางสาวทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธาน

งานนี้กระทรวงวัฒนธรรม เห็นถึงความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ในงานหัตถกรรมการทอผ้าของคนในชุมชน จึงได้ดำเนินงานโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2562 พร้อมจัดงานแถลงข่าวการแสดงผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไทยต้นแบบ ในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้และชุมชนทางวัฒนธรรมและเพิ่มศักยภาพ การท่องเที่ยวผ่านมิติผ้าไทย รวมไปถึงส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านและเครือข่ายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทอผ้าไทย ได้เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม บนรากฐานของวัฒนธรรมในชุมชนให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมเรื่องผ้าไทยมาสร้างคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ นอกจากการพัฒนาชุมชน/กลุ่มที่ทอผ้าให้เป็นต้นแบบในเรื่องการทอผ้าแล้วยังมุ่งเน้นที่จะสร้างสรรค์ผลักดันนักออกแบบและผลงานเครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นทั้งในระดับ ประเทศและต่างประเทศ
ภายในงานแถลงข่าวมีการสนทนาเกี่ยวกับผ้าไทยโดย นางสาวกิตติพร ใจบุญ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH และนายเอกสิทธิ์ โกมลกิตติพงศ์ เจ้าของอิมปานิ ผ้าขาวม้า จังหวัดราชบุรี โดยมี คุณบัว ภัทรสุดา อนุมานราชธน เป็นพิธีกรดำเนินรายการ จากนั้นเป็นการแสดงแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเล็คชั่น “จากแดนไกล” ผ้าไทยร่วมสมัยล่าสุดของแบรนด์ “WISHARAWISH” ออกแบบรังสรรค์ผลงานโดย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ ซึ่งคอลเล็กชั่นนี้ผ่านการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในรายละเอียดของเทคนิค หยิบยกเอาความงามและความละเมียดละไมของผืนผ้าไทยทอมือทั้งหลายเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งวัสดุหลักก็คือบรรดาผืนผ้าที่วิชระวิชญ์ได้เลือกใช้ถึง 7 ชนิด จากผู้ประกอบการท้องถิ่น 7 ท่าน จากมุมต่างๆ ของประเทศไทยที่เขาได้เดินทางไปร่วมงาน และได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ร่วมกันออกมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาผ่านการสนับสนุนและความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนและพัฒนาผ้าไทย โดยวิชระวิชญ์ กล่าวว่า ‘ผ้า’ เป็นของเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่าย มันมีความ COMPLEXITY แล้วก็ SIMPLICITY เราอยากเอาของที่เป็นท้องถิ่น เข้ามาอยู่ในเมือง ไปสู่ความเป็นสากลจริงๆ เน้นไปที่เรื่อง TEXTILE และ MATERIAL ว่าทำยังไงจะให้เกิดมิติใหม่ๆ กับวงการผ้าไทย”
วิชระวิชญ์เดินทางไปยังชุมชนในท้องที่ห่างไกลต่างๆ ของประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อทำความรู้จัก และทำความเข้าใจต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย จนนำไปสู่ทิศทางในการอนุรักษ์ พัฒนา และต่อยอดภูมิปัญญางานฝีมือท้องถิ่นเหล่านี้ในมุมมองของเขา ผ่านการกระตุ้นเร้าให้เกิดความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสังคม และกระแสทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน ด้วยการใช้สี คู่สี การปรับเปลี่ยนลวดลาย และการออกแบบที่ร่วมสมัย
ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการฯ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขา การบริหารและพัฒนาในเรื่องของผ้าไทยพื้นถิ่นที่สืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมไปถึงการสรุปข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผล พิจารณาคัดเลือกและลงพื้นที่ชุมชน/กลุ่มที่ทอผ้า จำนวน 7 ชุมชน ใน 5 จังหวัดที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องการทอผ้า การออกแบบลายผ้า เส้นใยผ้า ตลอดจนวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ทอผ้า เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปสู่การต่อยอดที่เป็นประโยชน์ พัฒนาศักยภาพต่อยอดทางภูมิปัญญา ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ ผ้าขาวม้าอิมปานิ ราชบุรี ผ้าฝ้ายทอมือ คอตตอนฟาร์ม เชียงใหม่ บาติก เดอ นารา จังหวัดปัตตานี ผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ จุฑาทิพย์ ไหมแต้ม สุภาณีไหมไทย ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มหัตกรรมคุ้มสุโข ผ้าไหมยีน เรือนไหมใบหม่อน จากจังหวัดสุรินทร์

“จากแดนไกล” คอลเล็กชั่นผ้าไทยร่วมสมัยล่าสุดของแบรนด์ “WISHARAWISH” เป็นผลงานที่ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้และชุมชนทางวัฒนธรรมและเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวผ่านมิติผ้าไทย รวมไปถึงส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านและเครือข่ายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทอผ้า
วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ เลือกใช้ผ้าไทย 7 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น ผ้าขาวม้า, ผ้าฝ้ายทอมือ, ผ้าบาติก, ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ, ผ้าไหมแต้มหมี่, ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ และ ผ้าไหมยีนส์ จากผู้ประกอบการท้องถิ่น 7 ท่าน จากภาคต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ เน้นความเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในรายละเอียดของเทคนิค หยิบยกเอาความงามและความละเมียดละไมของผืนผ้าไทยทั้งหลายเป็นหัวใจสำคัญ
โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประกอบไปด้วย การแสดงผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไทยต้นแบบ ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร และ การสัมมนาวิชาการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรมโฟร์วิงส์ สุขุมวิท 26 พร้อมด้วย นิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้และการแสดงผลงานเครื่องแต่งกายจากผ้าไทยต้นแบบ ในโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2562 บริเวณ Baecon 3 และ 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 23-26 พฤษภาคมนี้

Share