มศว เตรียมแผนงบประมาณฯ รองรับสังคมผู้สูงอายุ

ส่วนแผนและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ สถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนงบประมาณเชิงบูรณาการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ณ โรงแรมวินเซอร์ สุขุมวิท เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ แนวคิด หลักการ และแนวทางการจัดทำแผนงบประมาณเชิงบูรณาการให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ 15 ปี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา เป็นประธานเปิดโครงการ

โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นางสาวชวนชม กิจพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “แนวทางการจัดทำแผนบูรณาการที่สอดคล้องกับนโยบายของกรมกิจการผู้สูงอายุและการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล”

นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยเราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทำแผนของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล ได้มีกรอบความรู้ความเข้าใจพื้นฐานที่จะเป็นประโยชน์ในการเขียนแผนยุทธศาสตร์ โครงการบริการวิชาการสู่ชุมชนต่างๆ ของหน่วยงานตนเอง โดยชี้ให้เห็นว่าจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 โดยวิเคราะห์จากฐานข้อมูลจำนวนประชากรประเทศไทยในปี 2560 พบว่าจำนวนประชากรทั้งสิ้น 67.6 ล้านคน เป็นชาย 33 ล้านคน หญิง 34.6 ล้านคน และมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 11.3 ล้านคน หรือ 16.7 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด มีวัยทำงานอายุ 15-59 ปี จำนวน 44.60 ล้านคน วัยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 11.60 ล้านคน โดยวัยผู้สูงอายุยังคงทำงานอยู่ราว 3.9 ล้านคน เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวเพราะผู้สูงอายุบางคนไม่มีคนดูแล ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันอายุเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 85 ปี นั่นหมายความว่าสังคมไทยเราจะมีผู้สูงอายุ มีคนอายุยืนมากขึ้น ส่วนการออมเงินจะเริ่มมีการออมเงินในช่วงอายุ 50-59 ปี ซึ่งถือว่าผิดหลักการออม ขณะที่อายุ 25-40 ปี เป็นวัยที่ต้องออมเงินกลับเป็นวัยที่ใช้เงินจับจ่ายมากที่สุด สวนทางกับความเป็นจริงที่ควรจะเป็น ฉะนั้นภาครัฐบาลต้องเร่งรณรงค์ให้วัยทำงาน มีการออมเงินเพิ่มขึ้น เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในวัยผู้สูงอายุ

ด้านนางสาวชวนชม กิจพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ วิทยากรที่ให้เกียรติมาบรรยายให้ข้อชี้แนะเพื่อประโยชน์ของการเตรียมจัดทำแผนงบประมาณ ได้ช่วยให้ความกระจ่างไขข้อข้องใจของผู้แทนจากหน่วยงานหรือเจ้าของโครงการฯ ว่าลักษณะโครงการแบบไหนที่จะเข้าข่ายได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ได้ โดยหัวใจหลักสำคัญแล้ว โครงการนั้นๆ “ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน” ไม่ใช่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัย ที่ผ่านมามีเสนอของบประมาณกันมามากมายหลายมหาวิทยาลัย มีเพียงไม่กี่มหาวิทยาลัยที่ได้รับการพิจารณา

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยที่ตอบสนองแนวทางประชารัฐไทยแลนด์ 4.0 ของแนวนโยบายจากรัฐบาลในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาเป็นพลังขับเคลื่อนร่วมด้วย การมีหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ 4.0 รวมทั้งการเอาใจใส่ต่อกระแสสังคมผู้สูงอายุที่ว่ามหาวิทยาลัยจะมีส่วนร่วมสนับสนุนช่วยรับใช้สังคมได้อย่างไรบ้าง จากการที่มหาวิทยาลัยมีพื้นที่บริการวิชาการไปสู่สังคมใน 2 พื้นที่จังหวัด ได้แก่ นครนายกและสระแก้ว เป็น Base area ที่มีชุมชนผู้สูงอายุที่มหาวิทยาลัยควรจะยึดโยงมาพิจารณาประกอบการจัดทำแผนงบประมาณเชิงบูรณาการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ลืมสิ่งที่วิทยากรย้ำเตือนว่า “โครงการนั้นตอบได้ชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นโครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ใช่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของท่านได้ประโยชน์”

ภัทรพร หงษ์ทอง : ข่าว
กิตติภาส ศักดากัมปนาท : ถ่ายภาพ

Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น