ดอกไม้และมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยทุกแห่งมักมีดอกไม้ ต้นไม้ ประจำประจำมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว ของเราเองก็มีดอกไม้ ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยมาในหลายยุคหลายสมัย

เท่าที่สืบหาข้อมูลมาได้ก็เห็นจะเป็นสมัยที่ท่านคุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อดีตอธิการบดี ได้เคยกำหนดให้ต้นสาละและดอกสาละเป็นต้นไม้ ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย หากใครอยากรู้ว่าต้นและดอกสาละเป็นอย่างไร ก็ไปชมได้ที่ข้างหอพระพุทธปัญญานันทาภิวัฒน์ ภายใน มศว ประสานมิตร ปัจจุบันยังคงได้รับการดูและรักษาและออกดอกงดงาม ซึ่งต้นสาละเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู ต้นสาละคือต้นที่พระพุทธมารดายืนเหนี่ยวกิ่งในขณะประสูติพระพุทธเจ้า

ครั้นพอถึงสมัยของท่านศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ เป็นอธิการบดี ก็ได้เลือกต้นราชพฤกษ์ให้เป็นต้นไม้และดอกประจำมหาวิทยาลัยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีต้นราชพฤกษ์ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปลูกไว้ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร แม้ว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยจะไม่ได้ปลูกต้นราชพฤกษ์ให้มากพอเมื่อเทียบกับ “ชมพูพรรณทิพย์” ที่กำลังบานสะพรั่งสีมพูอ่อนหวานดูแล้วสวยงามยิ่งนักในหน้าร้อนเช่นนี้ แต่ราชพฤกษ์ก็ยังคงความเป็นต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒที่ชาว มศว เราทุกคนพึงจดจำให้ขึ้นใจ

ทุกปีเมื่อถึงหน้าร้อน ใครหลายคนอาจเฝ้าดูว่า ชมพูพรรณทิพย์ที่ถูกโยกย้ายถ่ายถอนคราวหลายปีก่อน ที่มหาวิทยาลัยมีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ จะออกดอกให้เชยชมสมใจหรือไม่ ฤดูกาลหน้าร้อนปีนี้ คงพอชื่นใจกันได้บ้างเมื่อวันนี้เราได้เห็นความสวยงามของมหาวิทยาลัยจากความงามของดอกไม้ ดอกชมพูพรรณทิพย์สีชมพูช็อกกิ้งพิงค์หวานจับใจ เบ่งบานสะพรั่ง แม้จะไม่มากพอเมื่อเทียบกับชมพูพรรณทิพย์ในที่อื่นๆ ทั่วถนนอย่างจตุจักรและโดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ที่กลายเป็นที่ท่องเที่ยวเช็คอินไปทุกปีแล้ว แต่ความสวยงามของชมพูพรรณทิพย์ที่พร้อมใจกันบานรับร้อนใน มศว เวลานี้ก็ยังความสุข ความแช่มชื่น มาสู่เราทุกคนอย่างชนิดที่หลงทำให้หลายคนคิดไปว่า ชมพูพรรณทิพย์ คงเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยเราไปเสียแล้วนี่กระไร !

ในความเป็นจริงที่ขอเล่าแจ้งแถลงไขมาสู่เราชาว มศว และนิสิตรุ่นหลังๆ ถึงเหตุที่ผู้คนมากมายไถ่ถามกันมาทาง PR.SWU ว่า ทำไมชมพูพรรณทิพย์ถึงได้รับการปลูกไว้มากแทนที่จะปลูกราชพฤกษ์ซึ่งเป็นดอกไม้และต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย หลายคนยังย้อนแย้งไปว่า ชมพูพรรณทิพย์มีที่ มศว ประสานมิตร แต่ถ้าอยากดูราชพฤกษ์ก็ต้องไปที่ มศว องครักษ์ เพราะมีมาก เรื่องนี้นับว่าโชคดีที่ได้รู้ได้เห็นมาว่า แต่เดิมเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาและอาจมากกว่านั้น ในสมัยที่ มศว ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ขนานใหญ่ตอนที่มหาวิทยาลัยมีอายุครบ 60 ปี เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญทางด้านกายภาพอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลย เป็นยุค มศว พลิกฟ้าพลิกดิน (จริงๆ) เพราะมหาวิทยาลัยสร้างที่จอดรถใต้ดิน ใต้สนามฟุตบอล เป็นเหตุให้ต้องมีการถอนย้ายชมพูพรรณทิพย์ที่อยู่โดยรอบสนามฟุตบอลออกไปแต่นำมาปลูกใหม่ จัดโซนนิ่งใหม่ด้านข้างหอประชุมและอาคารวิจัยฯ ให้เป็นสวนหย่อนใจ เดิมนั้นสนามฟุตบอลใจกลาง มศว ถูกโอบล้อมไปด้วยต้นชมพูพรรณทิพย์เรียงราย ครั้นพอถึงเวลาที่ดอกชมพูพรรณทิพย์บานก็ยิ่งทำให้ทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยสวยงาม ร่มรื่น จนเก้าอี้เหล็กดัดตรามหาวิทยาลัย (ปัจจุบันยังโชคดีที่ได้ถูกนำมาตั้งไว้ให้เราๆ ท่านๆ ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ) แต่ละตัวมีผู้จับจองนั่งพักผ่อนไม่ว่างเว้น ภาพนั้นเป็นภาพที่ทำให้คนจดจำ มศว ประสานมิตร ได้เป็นอย่างดีด้วยภาพหนึ่ง จนภายหลังเมื่อมหาวิทยาลัยได้มีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ชุดใหญ่ ก็ทำให้จำเป็นที่จะต้องโยกย้ายชมพูพรรณทิพย์เหล่านั้นมาปลูกในโซนนิ่งใหม่ภายใน มศว ที่กำหนดออกแบบให้เป็นส่วนของพื้นที่แห่งการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อให้ภาพลักษณ์ที่สวยงามของมหาวิทยาลัย ติดตรึงใจของชาว มศว และผู้คนทั่วไปเอาไว้

ไม่ว่าดอกไม้นั้นจะเป็นดอกไม้อะไร ชื่ออะไร แม้ว่าชมพูพรรณทิพย์จะมิใช่ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของเรา แต่ดอกไม้ชนิดนี้ก็ช่วยทำให้ มศว ของเรา งดงามในทุกช่วงฤดูร้อนในแต่ละปี เป็นที่นิยมชมชอบได้อาศัยเป็นจุดเช็คอินติดแฮชแท็กบนหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง #ชมพูพรรณทิพย์มศว แบบนี้ก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังมีประวัติศาสตร์เคียงคู่มากับมหาวิทยาลัยซึ่งอาจจะยาวนานมากกว่าการที่ดอกราชพฤกษ์จะได้รับการกำหนดให้เป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำ จึงไม่แน่ว่าวันหนึ่งข้างหน้าเราอาจมีพื้นที่โซนนิ่งของดอกราชพฤกษ์ใน มศว อาจจะที่ มศว ประสานมิตรหรือองครักษ์หรืออาจจะทั้งสองที่ก็เป็นได้ เมื่อเราเห็นค่าและอยากให้คุณค่ากับดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ให้ทรงพลังเฉกเช่นที่ราชพฤกษ์คือดอกไม้ประจำชาติไทยด้วยเช่นกัน

 

 

Share