ว.อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว จับมือเอกชนดังของจีน สร้างนวัตกรรม สร้างคนสร้างสรรค์

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) โดยวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วิทยาลัยสุดครีเอทของ มศว ลงนามความร่วมมือกับภาคเอกชน ครั้งที่ 2 บริษัทเอลากอน (ประเทศไทย) จำกัด และ CAS Innovation Cooperation Center (Bangkok) หรือศูนย์ความร่วมมือด้านนวัตกรรม สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (กรุงเทพ) หรือ “แคส” เพื่อพัฒนางานวิจัยสู่การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่แสดงอัตลักษณ์ของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตรการวิจัยและการบริการ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องฯ

โดยก่อนหน้านี้ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ก็ได้เคยลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับภาคเอกชนมาแล้ว ประกอบด้วย 1.บริษัท เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์เฮาส์ จำกัด 2.บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด  3.บริษัท ไทย บุนกะ แฟชั่น จำกัด (โรงเรียนบุนกะแฟชั่น)

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดีคณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กล่าวกับคณะผู้บริหารของภาคเอกชนก่อนเริ่มพิธีลงนามฯ ว่า “วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว เราจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ตรงใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่หัวใจนักธุรกิจสร้างสรรค์ ให้ความรู้วิชาการควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริงตั้งแต่ปี 1 สอนตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขาย รวมถึงการสร้างเป็นผู้ประกอบการมีกิจการเป็นของตัวเอง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ CCI มีพันธกิจหลักคือการสร้างคนสร้างสรรค์ ตอบโจทย์อุตสาหกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การสร้างคนคุณภาพ ต้องเริ่มจากการสร้างหลักสูตรคุณภาพ ในรอบปีที่ผ่านมา วิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการจัดสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ใน 3 หลักสูตร ได้แก่* หลักสูตรอัญมณีและเครื่องประดับ* หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง * หลักสูตรผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์

ความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งสองครั้งนี้จะเป็นฐานการเรียนรู้ที่มีความจำเป็น สำคัญและขาดไม่ได้ในการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพราะภาคเอกชนได้ชื่อว่าเป็นกูรูผู้มีประสบการณ์จริง ความรู้ความเชี่ยวชาญของภาคอุตสาหกรรมของเอกชนจะเข้ามาช่วยเสริมสร้างการได้เรียนรู้จริงของนิสิตและบุคลากร ซึ่งมหาวิทยาลัยเองก็จะได้ส่งบุคลากรคณาจารย์และนิสิตไปแลกเปลี่ยนยังบริษัทในเครือของเอกชนที่มีมากนับร้อยแห่ง รวมทั้งการที่มีมหาวิทยาลัยของเอกชนที่เซี่ยงไฮ้ด้วยในครั้งนี้”

ด้านผู้บริหารของ CAS ที่มาร่วมลงนาม กล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย จะมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนิสิตตลอดจนอาจให้การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนไทยในระดับอุดมศึกษามาศึกษาต่อที่ University of CAS (UCAS) ซึ่งเป็นการพัฒนาบุคลากรและการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยที่ผ่านมา CAS ให้การสนับสนุนเครื่องโทคาแมค HT-6M เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลาสม่าและฟิวชั่น รวมถึงการผลักดันให้เกิดการตั้ง CAS Innovation Cooperation Center Bangkok (CAS ICCB) ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ก็ยังคาดหวังว่าจะได้มีการสนับสนุนสินค้าของไทยและจีนระหว่างกันและกันในฐานะประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออก อีกทั้งยังเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางการทูต การค้าขายต่อกันมาอย่างยาวนานแต่ครั้งในประวัติศาสตร์ ตลอดจนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมที่จีนมีความเชี่ยวชาญจะได้มาช่วยพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนของวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ให้มีประสิทธิผลกับนิสิตและคณาจารย์ในระยะยาว”

ทั้งนี้ประเทศไทยนับเป็นเป็นศูนย์กลางส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก มีมูลค่าการส่งออกอันดับที่ 5 ของมูลค่าการส่งออกรวมของประเทศค่อนข้างสูง อุตสาหกรรมนี้จึงจัดว่าเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่มีศักยภาพสูงในการสร้างงาน วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งมั่นผลิตบุคลากรป้อนกำลังเข้าสู่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมนี้ จึงนับว่าตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยหลักสูตรที่เน้นคือการศึกษาและการฝึกในงานจริง ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการต่อยอดเพื่อประกอบธุรกิจได้ อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดหน่วยงานย่อยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว เองก็จะเป็นหน่วยงานที่จะเชื่อมต่อนิสิตเหล่านี้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับต่อไป

วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว จะเป็นกำลังทัพสำคัญส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอันเป็นที่รักของเราสู่การเป็นผู้นำในการผลิตบุคลากร งานวิจัย ผลงานนวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน หากทีม CCI SWU จะไม่ลดละความพากเพียรเช่นที่ได้ทำให้วิทยาลัยนี้ตั้งมาได้เป็นผลสำเร็จแล้ว เราก็จะสามารถสร้างคนสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสังคมไทยและประเทศชาติให้มั่งคั่งและยั่งยืนได้ในอย่างภูมิใจในความเป็น มศว

 

Share