“บีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม” ศิษย์เก่า มศว เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ที่ไม่ธรรมดา

“บีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม” มีสไตล์ที่มากกว่าฟาร์มไก่ไข่
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก ปศุศาสตร์ นิวส์

ภานุวัฒน์ น้อยแก้ว หรือ “บี” จบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร คณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติ ซึ่งดูจากสาขาที่เรียนแล้วไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเกษตรเลย แต่ด้วยความที่เป็นคนสุพรรณบุรี จึงเห็นวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ทำเกษตรกรรมตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เกิดความรู้สึกอยากกลับมาพัฒนาเกษตรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน

ภาพเดิมของการทำเกษตรกรรม คือ ทำไปโดยไม่มีเป้าหมาย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพ่อค้า ไม่สามารถตั้งราคาผลผลิตได้ ดั่งในอดีตที่เห็นคนมาเช่าที่ดินของพ่อแม่ทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ พอหมดสัญญาจึงทำเอง โดยเริ่มเลี้ยงรุ่นแรกปี 2553 และบีได้ช่วยที่บ้านเลี้ยง ได้เรียนรู้และซึมซับการเลี้ยงก็เกิดความชื่นชอบ และอยากจะพัฒนาให้เป็นฟาร์มไก่ไข่ที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับที่ทุกคนต้องกล่าวถึง “ธรรมดาโลกไม่จำ”

ปี 2557 เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงในนาม “บีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม” ไข่ไก่ปลอดสาร จากแม่ไก่อารมณ์ดี เมื่อความมุ่งมั่นมาตอนเศรษฐกิจขาลงของสินค้าเกษตร ความเป็นจริงจึงไม่เหมือนอย่างที่คิด จนอยากจะเลิกเลี้ยง แต่ด้วยความผูกพันที่มีต่อแม่ไก่ จึงเกิดแรงผลักดันให้ต่อสู้และพัฒนาเรื่อยมา โดยยึดหลัก “สืบสานพระราชปณิธาน ตามศาสตร์ของพระราชา”

“เลี้ยงไก่ไข่ระบบเปิดก็คิดว่าจะพัฒนาการเลี้ยงอย่างไรให้ดีที่สุด แต่พบว่าการพัฒนาไม่มีสิ้นสุด มีการเติมเต็มเข้ามาเรื่อยๆ เพราะทางฟาร์มได้น้อมนำเอาคำสอนของพระราชาเข้ามาใช้ โดยจะเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนา เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้บริโภคได้เห็นว่า เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาคทำเกษตรกรรมรูปแบบใด ซึ่งแต่ละที่มีจุดเด่นหรือสตอรี่แตกต่างกันไป”

ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนมองเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา แต่ในความธรรมดาก็มีบางอย่างซ่อนอยู่ คือ ความพิเศษของพื้นที่อำเภอสองพี่น้องที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มคอยรับน้ำเมื่อฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมขัง ดังนั้นการทำปศุสัตว์หรือการเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลาจึงเหมาะสมกับพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

“มูลไก่ที่หล่นลงในน้ำเป็นอาหารของแพลงก์ตอน ส่วนปลาที่เลี้ยงก็เป็นปลาเบญจพรรณ โดยในบ่อแบ่งเป็น 5 ชั้นน้ำ ทุกชั้นน้ำจะมีปลาอาศัยอยู่ตามระดับความลึกที่เหมาะสมกับชนิดของปลา ซึ่งมองว่าเป็นความสมดุลและเกื้อกูลกัน”

เปลี่ยนชีวิตด้วยความคิด

เมื่อบีทำฟาร์มเต็มตัวแล้ว มีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาว่าหากจะทำฟาร์มให้ประสบความสำเร็จควรเริ่มจากการย้อนกลับไปมองที่ตัวเองก่อนว่า ถ้าเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ต้องการรับประทานไข่แบบไหนถึงจะดี ใช่!!! ทุกคนก็จะตอบเหมือนๆ กันว่า อยากบริโภคไข่ไก่ที่มีความปลอดภัย มาจากแม่ไก่ที่มีสุขภาพแข็งแรง สะอาด ปลอดจากสารเคมีหรือสารตกค้าง

ดังนั้น ทำให้ต้องกลับไปมองที่ต้นทางหรือจุดเริ่มต้นของการได้ไข่ไก่คุณภาพ นั่นก็คือ แม่ไก่ต้องอยู่แบบสบาย อารมณ์ดี มีสุขภาพที่ดี ในพื้นที่ที่เหมาะสม พร้อมเปิดเพลงสไตล์คันทรีให้ไก่ฟังทุกวัน เพื่อป้องกันการตกใจ เมื่อมีเสียงรบกวนจากภายนอก

ถือเป็นต้นแบบของการทำฟาร์มอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้เป็นจุดเด่น พัฒนาและต่อยอดสินค้าด้วยแพ็คเกจจิ้งที่สวยงาม

“อยู่กับสิ่งมีชีวิต เลี้ยงแล้วก็ต้องดูแลตลอด 365 วัน ไม่มีหยุด เมื่อได้ผลผลิตมาที่ได้จากการใส่ใจ ต้องบริหารจัดการทั้งระบบ เพื่อให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างมีคุณภาพ”

“เป้าหมาย” เข็มทิศการทำฟาร์ม

บีเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้การเลี้ยงไก่เป็นการเลี้ยงที่ไม่มีจุดมุ่งหมายแต่อย่างใด คิดเพียงว่าทำเป็นอาชีพเพื่อมีรายได้เลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อทำแล้วมันมีมากกว่าคำว่า “อาชีพ” เพราะมีอะไรบางอย่าง จึงทำให้ความคิดเริ่มเปลี่ยน “ทำด้วยความใส่ใจ ความรักและการพัฒนา”

“เห็นได้ว่าหากทำด้วยคำว่าอาชีพ ในวันที่เหน็ดเหนื่อยหรือท้อ เราจะไม่อยากทำ ยิ่งสมัยนี้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอดทนต่อแรงกดดัน แต่ถ้าทำด้วยความรัก ความเอาใจใส่จะมีความผูกพันอยู่ในนั้นด้วย ถึงแม้ว่าท้อหรือเหนื่อยล้าก็ยังอยากที่จะทำและพัฒนาต่อไป”

ปัจจุบันการทำฟาร์มของบี เต็มไปด้วยความรักและความสนุก คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ไข่ไก่มีคุณภาพมากขึ้น นั่นคือโจทย์ใหม่ที่ต้องการค้นหาอยู่เสมอ และที่สำคัญได้มีโอกาสพบปะผู้คนมากมาย ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้รับคำแนะนำดีๆ ต่างๆ มากมาย ที่สามารถนำมาปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้เพื่อให้การทำฟาร์มมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น

ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเช่นกันโดยหันมาใส่ใจสุขภาพ (Healty) มากขึ้น ทำให้ตลาดมีความต้องการไข่ไก่ลักษณะนี้มากขึ้น (ไข่ไก่ปลอดสาร จากแม่ไก่อารมณ์ดี) ตามไปด้วย ซึ่งตลาดยังคงเปิดกว้าง เพราะทุกคนเลือกที่จะป้องกันโรคหรือรักสุขภาพมากกว่าค่อยมารักษาเมื่อมีอาการเจ็บป่วย โดยใช้อาหารชีวจิตดูแลตั้งแต่ต้นทาง

สำหรับช่องทางการติดต่อหรือซื้อสินค้าของทางฟาร์ม ปัจจุบันมีวางจำหน่ายที่ Top Market ในเครือเซ็นทรัล และหน้าฟาร์ม ซึ่งจะมีช็อป (Shop) ภายใต้ชื่อ “Beindy Eggs Shop” ที่รวบรวมสตอรี่ (Stories) และเมนูไข่ไว้จำหน่าย พร้อมกับเครื่องดื่มหลากหลายเมนูไว้บริการ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้แวะเข้าเยี่ยมชมฟาร์ม สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของเกษตรกร

“ยึดปรัชญาตามรอยพ่อ น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาจากสิ่งที่มีและต่อยอดไปเรื่อยๆ”

ขอขอบคุณ : บีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม 82/2 เขตเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ถ.ราษฏร์อุทิศ ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 72110 โทร. 063-956-9478

Share