มศว จับมือ 3 เอกชนใหญ่ เสริมเข้ม 3 หลักสูตร ว.อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐที่มีร่วมกับภาคธุรกิจเอกชน มีความจำเป็นและสำคัญยิ่งยวดต่อการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าทางด้านการศึกษาการเรียนรู้ของทั้งสองฝ่าย ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นๆ

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กับ 3 บริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทไทยสแตนเลสสตีล จำกัด บริษัท เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ และ โรงเรียนบุนกะแฟชั่น เครือข่ายจากประเทศญี่ปุ่น ได้นำมาสู่การเสริมสร้างความเข้มข้นและความเข้มแข็งให้กับหลักสูตร 3 หลักสูตรของวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว คณะน้องใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมปลายให้ความสนใจเลือกที่จะเข้ามาเรียนต่อจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจไทยสร้างสรรค์ อันเป็นแนวทางที่รัฐบาลมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างเสริมรายได้ความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติและประชาชนในทุกภาคส่วน

รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี ได้แสดงความชื่นชมยินดีและขอบคุณต่อพันธมิตรและย้ำจุดยืนความเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมที่ได้ผลิตบัณฑิตที่ดีมีคุณภาพ มีคุณลักษณะอัตลักษณ์นิสิต มศว เพื่อให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของสังคมและเป็นที่ต้องการของภาคส่วนต่างๆ ทำงานได้จริง ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า “นิสิต มศว เป็นผู้ที่มีความ ‘อึด’ และ ‘ถึก’ คือหนักเอาเบาสู้ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของนิสิต มศว ที่ผมเชื่อว่าภาคเอกชนต้องการ หรือรวมไปถึงเรื่องผลดีของการร่วมมือกันกับ 3 บริษัทภาคเอกชนที่มีชื่อเสียง มีมาตรฐานในวันนี้คือ เรามีการทำ Short Course ร่วมกัน หรือนิสิตเราจบแล้วมีศักยภาพ เสริมศักยภาพความเข้มแข็งของงานวิชาการของมหาวิทยาลัย เราจึงต้องอาศัยความเก่งของภาคเอกชนมาเสริมช่วย ขอขอบคุณบริษัทเอกชนที่เห็นความสำคัญเชื่อมั่นในศักยภาพของมหาวิทยาลัยและนิสิตเราที่เป็นผู้มีจิตอาสา จะอึดและถึกเสมอ ติดดินและรับใช้สังคม เข้มแข็งและอดทน ก็ขอให้ความร่วมมือนี้นำไปสู่ความตั้งใจในเป้าหมายร่วมกัน รวมไปถึงการสนับสนุนให้นิสิตมีทุนการศึกษาเพราะนิสิตเราก็เป็นทั้งที่มีฐานะและอาจจะยังขัดสนบ้างบางคนบางส่วน ก็อยาก ให้มีการสนับสนุนทั้งทุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยนในด้านต่างๆ”

โอกาสเดียวกันนี้ ตัวแทนผู้มีอำนาจลงนามความร่วมมือจากภาคเอกชนใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ก็ได้กล่าวแสดงความชื่นชมในศักยภาพของนิสิต มศว และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ในอันที่จะมองไปยังการทำงานร่วมกันในอนาคตหลังจากนี้

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว กล่าวถึงความสำคัญของการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกครั้งนี้ ใจความสำคัญความว่า “ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยเรา  ให้สามารถแข่งขันกับระดับสากล มหาวิทยาลัยก็มีแนวนโยบายผลิตบัณฑิตเพื่อเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถทำงานได้จริง โดยวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่แม้เพิ่งจะเปิดตัวก่อตั้งมาเมื่อไม่นานนี้ แต่ก็มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่น่าเรียนมากและเด็กนักเรียนที่กำลังมองหาที่เรียนต่อในมหาวิทยาลัย ต่างก็ให้ความสนใจ เพราะมีหลักสูตรที่สำคัญกับการเลือกอาชีพอิสระของพวกเขาได้ด้วย จาก 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรอัญมณีและเครื่องประดับ หลักสูตรแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องตกแต่ง หลักสูตรผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ให้มีความทันสมัย

เราจึงเห็นความสำคัญของการร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการแลกเปลี่ยนบุคลากร ความรู้ทางวิชาการ ทางบริษัทสามารถมีนิสิตมีบุคลากรเข้าไปทำงานได้เป็นแบบ Talent Mobility โปรแกรม ไปสร้างสรรค์งานวิจัยให้กับบริษัทได้ พัฒนาระบบมาตรฐานการทำงาน นอกจากนี้ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตเราได้มีสถานที่ฝึกประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ บริษัทต่างๆ 3 บริษัทนี้ มีพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน นิสิตจบไปก็ทำงานในสถานประกอบการต่างๆ ได้เลย”

คุณสิทธิชัย เรืองจรุงพงศ์ ผู้อำนวยการสายการลาด บริษัท ไทยสเตนเลสสตีลจำกัด กล่าวก่อนการลงนาม ให่้ความมั่นใจว่านิสิตจะมีพื้นที่ทดลองปฏิบัติงานจริง ต้องการให้โอกาสนิสิตจบด้านนี้ไปเป็นบุคลากรที่พัฒนานวัตกรรมเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ด้วย อาจจะไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพนักงานของบริษัทฯ หรือไม่  “บริษัทไทยสแตนเลสสตีลได้นำนวัตกรรมหลายอย่างมาออกแบบผลิตภัณฑ์ เพราะเราขายของที่เป็น mass products การแข่งขันค่อนข้างลำบากและสูง เมื่อเรานำนวัตกรรมมาออกแบบผลิตภัณฑ์เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก็ทำให้เราประสบความสำเร็จ เช่น  products non-stick เราผลิตสินค้าที่มีความทนทานสูงกว่าของต่างประเทศ เช่น กะทะที่ผมนำมาในวันนี้เป็นกะทะที่ใช้สารเคลือบลื่นที่สุดในโลก เป็นนวัตกรรมที่บริษัทคิดขึ้นมา เราก็อยากมีนิสิตที่สามารถมาช่วยเราคิดค้นต่อยอดนำนวัตกรรมมาผลิตผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ มีความทันสมัยได้”

ด้าน ผู้จัดการทรัพยากรบุคคล บริษัท เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์เฮาส์ จำกัด คุณสุพร ก้าวสัมพันธ์ ก็เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ความเชื่อถือในชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย โดยได้แสดงทัศนะความเชื่อมั่นในการลงนามความร่วมมือนี้ว่า “ผมคิดว่าในชีวิตของนิสิตคนหนึ่งที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยนี้คืวีซ่าที่จะทำให้เขาต้องใช้ไปประกอบอาชีพ ซึ่งมี  2 โน้ตที่สำคัญคือ โน้ตแรกคือมหาวิทยาลัยในฐานะของผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยความเป็น มศว ด้วยความรู้ความสามารถของคณาจารย์ที่จะถ่ายทอดความรู้วิชาการต่างๆ ให้กับนิสิต ก็จะเป็นวีซ่าที่การันตีได้ดีแล้ว โน๊ตอีกอันคือโน๊ตการมีประสบการณ์ เป็นการฝึกปฏิบัติ ซึ่งวันนี้เป็นก้าวแรกเพราะถ้ารอให้ถึงวันจบไปแล้ว มันอาจจะสายเกินไป ความร่วมมือวันนี้ทำให้นิสิตสามารถมีที่ฝึกประสบการณ์ได้ก่อน ก่อนที่จะจบการศึกษา มีศักยภาพสูงขึ้น เขาสามารถจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คือสิ่งที่เราทุกคนอยากเห็น ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยจริงๆ ที่เลือกบริษัทเราให้เป็นหนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่ได้มาทำความร่วมมือวันนี้ ถัดจากนี้ก็คือกระบวนการออกแบบที่ทำให้สิ่งที่เรามองจากจุดเริ่มต้นนี้ ก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง”

สุดท้าย คุณศิริกุล ธนสารศิลป์  กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท ไทย บุนกะแฟชั่น จำกัด (โรงเรียนบุนกะแฟชั่น) ขึ้นกล่าวถึงความสำคัญที่โรงเรียนบุนกะแฟชั่นตัดสินใจให้ความเชื่อมั่น เข้ามาลงนามความร่วมมือนี้ว่า “โรงเรียนบุนกะแฟชั่นมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในครั้งนี้โดยเฉพาะในสิ่งที่มีบุนกะแฟชั่นเราเชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า เทคนิค เป็นสิ่งที่เพิ่มคุณค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นการพัฒนาบุคลากร นิสิต ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ตรงกับแนวคิดของโรงเรียนบุนกะแฟชั่นจากญี่ปุ่นของเราอยู่แล้ว  โรงเรียนบุนกะแฟชั่น (Bunka Fashion School) ซึ่งเป็นโรงเรียนแฟชั่น เครือข่ายของ Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่นสถาบันแฟชั่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางแฟชั่นมายาวนานกว่า 95 ปี โดยเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการแฟชั่นประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ผลักดันให้กรุง Tokyo ก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 5 มหานครแฟชั่นของโลก เป็นที่กล่าวขานว่าเรียนรู้แล้วสามารถปฏิบัติได้จริง เราเป็นโรงเรียนเครือข่าย เราก็ใช้หลักสูตรอันนั้น ในปัจจุบัน ได้สร้างสรรค์ดีไซเนอร์ระดับโลกจำนวนมาก อาทิ Takada Kenzo, Yohji Yamamoto, Hiroko Koshino, Tsumori Chisato, Junya Watanabe และ Jun Takahashi ซึ่งล้วนจบมาจากสถาบันอันมีชื่อเสียงแห่งนี้โรงเรียนบุนกะแฟชั่น ประเทศไทย กับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอด 11 ปี ภายใต้หลักสูตรการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานสูงระดับสากลหลักสูตรเดียวกับ Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งโดดเด่นด้านแพทเทิร์นและการออกแบบ

เมื่อครู่ดิฉันได้ฟังท่านอธิการบดีกล่าวว่า นิสิต มศว เป็น ผู้ที่ทั้ง ‘อึด’ และ ‘ถึก’ อยู่เสมอ ฟังแล้วรู้สึกชื่นชอบประทับใจมากค่ะ จริงๆ แล้ว นักเรียนที่จะจบจากบุนกะแฟชั่น เรามี Full Course 2 ปีด้วย ก็ต้องอึดและถึก ถึงจะจบแล้วมีประสิทธิภาพ ทำงานได้จริง ชอบคำนี้มากเลยค่ะ พยายามบอกนักเรียนที่บุนกะแฟชั่นเหมือนกันค่ะ ต้องขยันและอดทน ดูแล้วก็ไม่น่าผิดหวังเจตนารมณ์ในการทำความร่วมมือในครั้งนี้ก็จะเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล องค์ความรู้ด้านแฟชั่นและสิ่งทอเพราะในเครือของบุนกะเราก็มีโรงงานสิ่งทอใหญ่ สามารถที่จะมาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยได้ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายโดยผ่านพื้นที่ทำงานร่วมกันทั้งทางมหาวิทยาลัยด้วยและบุนกะแฟชั่นด้วย ก็หวังว่าความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับบุคลากรในวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นและทั้งสองฝ่ายค่ะ”

ความก้าวหน้าทางด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยจะไม่หยุดยั้งอยู่เพียงแค่นี้อย่างแน่นอน พร้อมๆ กับความสำเร็จของการผลิตบัณฑิตรุ่นแรกของวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ที่จะออกไปทำงานจริง รับใช้สังคมอย่างมีคุณภาพ นี่คือชื่อเสียงความแข็งแกร่งยาวนานของ มศว ที่น่าจับตามองอย่างไม่กะพริบตา

ภัทรพร หงษ์ทอง / ข่าว
กฤชสุวัชร์ ประโยชน์พิบูลผล /ถ่ายภาพ
ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มศว

 

Share