โรคกระจกตาอักเสบ ความเสี่ยงจากการติดเชื้ออะแคนทามีบา

อาจารย์ ดร.ภัทธกร บุบผัน สาขาการส่งเสริมสุขภาพ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการใช้คอนแทคเลนส์มีปัญหามาก สถิติในอเมริการะบุว่าการติดเชื้อผ่านคอนแทคเลนส์เพิ่มจำนวนมากขึ้นใน 5 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยพบว่าประมาณ 25% ของผู้ใช้คอนแทคเลนส์ไม่ได้ล้างมือก่อนจับเลนส์ทุกครั้ง และ 12% ไม่เคยล้างมือก่อนจับเลนส์เลย อีกประมาณ 40-80% ของผู้ใช้ไม่ได้ใส่ใจทำตามคำแนะนำของการใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกต้องทุกประเด็น บางคนใช้คอนแทคมานานหลายปีเมื่อไม่เห็นมีปัญหาอะไรก็ย่ามใจไม่สนใจเรื่องความสะอาดแล้วจบลงด้วยการสูญเสียการมองเห็นในที่สุด การติดเชื้อส่วนใหญ่ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้ออะแคนทามีบา (Acanthamoeba spp.) เป็นโปรโตซัวฉวยโอกาสที่ก่อโรคในมนุษย์ชนิดร้ายแรง พบอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันตรายจากเชื้อชนิดนี้ที่สำคัญคือ Acanthamoeba keratitis เกิดการอักเสบของคอร์เนียตาทำให้ตาบอดชนิดถาวร โรคชนิดมีการพยากรณ์โรคที่ค่อนข้างช้าและการรักษาส่วนใหญ่ไม่ได้ผล ยาที่มีประสิทธิภาพต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตาบอดหรือเสียชีวิต ประเทศไทยพบอุบัติการณ์ของการติดเชื้อโรคนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531

(ลักษณะรูปร่างซีสต์(cyst) ของ Acanthamoeba spp. จากการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์)

(ลักษณะรูปร่างระยะ trophozoites ของ Acanthamoeba spp. จากการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์)
(ที่มา: https://catalog.hardydiagnostics.com/cp_prod/Content/hugo/FreeLivingAmebaeMedia.html)

Acanthamoeba spp. เป็นจุลินทรีย์เซลล์เดียว พบได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วๆ ไป ได้แก่ สระว่ายน้ำ น้ำทะเล ทะเลสาบน้ำจืดและน้ำเค็ม แม่น้ำ ลำคลอง อ่างเก็บน้ำ น้ำบ่อ น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำในท่อน้ำระบายความร้อน น้ำทิ้ง นอกจากนี้ยังพบได้ในแอร์คอนดิชัน อากาศ ดิน ทราย พืชผัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ คอนแทคเลนส์

จากการศึกษาวิจัยของอาจารย์ ดร.ภัทธกร บุบผันและคณะ สำรวจหาเชื้อ Acanthamoeba spp. จากตัวอย่างน้ำที่เก็บสวนสาธารณะในประเทศไทยทั้งหมด 300 ตัวอย่าง นำมาเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงเชื้อที่ฉาบด้วย Escherichia coli พบ Acanthamoeba spp. ทั้งหมด 105 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 35 ของจำนวนตัวอย่างทั้งหมดนอกจากนี้ยังพบจากแหล่งน้ำตกได้อีกด้วยจากการศึกษาวิจัยของอาจารย์ ดร.ภัทธกร บุบผันและคณะในปี พ.ศ. 2560 ทำการสำรวจ Acanthamoeba spp.
จากแหล่งน้ำตกจังหวัดนครนายก  พบ Acanthamoeba spp. ร้อยละ 7.6 ของจำนวนตัวอย่างทั้งหมด เชื้อ Acanthamoeba spp. มีวงจรชีวิต 2 แบบ คือ ระยะ trophozoites มีรูปร่างกลมหรือรูปไข่คล้าย อมีบา มีส่วนยื่นคล้ายขาออกไปข้างหน้า กินอาหารเก่งและเป็นระยะที่ย่อยกินเยื่อบุตา ส่วนระยะ cyst จะมีผนังหุ้ม 2 ชั้น สามารถทนอยู่ในสภาวะแวดล้อมต่างๆ ได้นานเป็นปี เมื่อซีสต์อยู่ในสภาวะแวดล้อมเหมาะสมกับการเจริญเติบโต เช่น ที่ดวงตาเชื้อจะเปลี่ยนเข้าสู่ระยะโทรโฟซอยต์ แบ่งตัวเพิ่มจำนวนต่อไป Acanthamoeba spp. ก่อให้เกิดโรคที่สำคัญคือ โรคกระจกตาอักเสบ

(โรคกระจกตาอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ Acanthamoeba spp.)
(ที่มา: https://edition.cnn.com/2018/09/21/health/contact-lenses-eye-infection-outbreak-uk-intl/index.html)

โรคกระจกตาอักเสบจาก Acanthamoeba spp. มีสาเหตุจากการที่เราได้รับเชื้อเข้ามาที่กระจกตา ความเสี่ยงของการได้รับเชื้อเป็นไปได้หลายวิธี เช่น น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อกระเด็นเข้าตา การเอาน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อล้างหน้า การแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ การว่ายน้ำ แม้แต่การว่ายน้ำในสระว่ายน้ำที่มีคลอรีนผสมอยู่ เนื่องจาก Acanthamoeba spp. สามารถทนในสภาวะที่มีคลอรีนสูงได้ แต่ในปัจจุบันการติด Acanthamoeba spp. ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับการใช้คอนแทคเลนส์ รวมทั้งบิ๊คอายส์คอนแทคเลนส์มากว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยโรคกระจกตาอักเสบจาก Acanthamoeba spp. พบในผู้ใช้คอนแทคเลนส์ที่รักษาความสะอาดไม่เพียงพอ  ใส่แล้วไปอยู่ในที่สกปรก มีฝุ่น มีเชื้อโรค ใส่นอน ใส่ว่ายน้ำ การใช้คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานๆ โดยไม่รักษาความสะอาดจะทำให้มีคราบฟิล์มเกาะอยู่บนคอนแทคเลนส์ คราบฟิล์มจะเป็นแหล่งอาหารของเชื้อ และทำให้เชื้อเกาะติดกับคอนแทคเลนส์ได้ดีขึ้น เมื่อคอนแทคเลนส์ หรือ บิ๊กอายสไตล์เกาหลีสัมผัสกับกระจกตาเราอาจทำให้เกิดแผลถลอกที่กระจกตา ทำให้เชื้อสามารถแทรกเข้าไปในดวงตาได้ อาการของผู้ป่วยโรคกระจกตาอักเสบจากเชื้ออะแคนทามีบาเริ่มจากเชื้อเกาะที่ผิวกระจกตาแล้วปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยสลายกินเซลล์บุผิวกระจกตา และบุกรุกกินเนื้อเยื่อชั้นลึกลงไป ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตามาก เคืองตา น้ำตาไหล บางครั้งสังเกตุเห็นวงแหวนสีขาวขุ่นรอบๆ กระจกตา อาการปวดตาจะรุนแรงมากขึ้น และตาบอดในที่สุด ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง การติดเชื้ออะแคนทามีบามักพบติดเชื้อที่ตาข้างเดียว มากกว่าเป็นทั้งสองข้าง ดังนั้นการใส่คอนแทคเลนส์ หรือบิ๊กอายสไตล์ไหนก็แล้วแต่ต้องได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างดี ถอดล้าง ทุกวันด้วยน้ายาที่เหมาะสม พร้อมถูที่คอนแทคเลนส์ และล้างตลับที่แช่น้ายาล้างคอนแทคเลนส์ด้วย การใส่ไม่ควรใส่ติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ห้ามใส่นอน ห้ามใช้น้ำก๊อกล้างคอนแทคเลนส์เด็ดขาด เมื่อใดก็ตามที่มีอาการผิดปกติทางตา เช่นแสบตา ตาแดง แพ้แสง น้ำตาไหลมาก ตาพร่า ให้เอาคอนแทคเลนส์ออกแล้วไปให้หมอตาตรวจดูทันที

สำหรับแนวทางการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อ เช่น การดูแลรักษาแหล่งน้ำ การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำและให้การรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็วของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นสิ่งจำเป็น เพราะทั้งสองโรคนีมี้อันตรายและมีอัตราตายหรือพิการสูงมาก การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือ การให้ความรู้ในเรื่องการดูแล รักษา การใส่ การล้างและการเก็บคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคกระจกตาอักเสบจากการติดเชื้ออะแคนทามีบา การจะใส่คอนแทคเลนส์ควรต้องมาพบแพทย์ไม่ควรหาซื้อใส่เองทั่วไป ข้อปฏิบัติในการใช้คอนแทคเลนส์ ได้แก่

1. ล้างมือฟอกสบู่หลายๆครั้งก่อนหยิบจับคอนแทคเลนส์
2. ไม่ล้างเลนส์ด้วยน้ำอื่นนอกจากน้ำยาทำความสะอาดล้างเลนส์
3. น้ำยาทำความสะอาดล้างเลนส์ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน
4. การล้างต้องขัดถูล้างเลนส์ทั้งสองด้านเป็นเวลาพอสมควร รวมทั้งล้างขัดถูตลับแช่เลนส์ก่อนใส่น้ำยาล้างเลนส์ที่เปลี่ยนใหม่ทุกวัน
5. ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนนอน
6. นำตลับแช่เลนส์อบไมโครเวฟทุก 2-3 สัปดาห์ และเปลี่ยนตลับใหม่ทุก 2-3 เดือน
7. ถ้าไม่มีเวลาให้เลือกชนิดใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
8. เมื่อมีอาการเปลือกตาอักเสบ ตาแห้ง เป็นโรคภูมิแพ้ อย่าใส่คอนแทคเลนส์

 

ข้อมูล : อาจารย์ ดร.ภัทธกร บุบผัน สาขาการส่งเสริมสุขภาพ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

เอกสารอ้างอิง
ภัทธกร บุบผัน, ชลาลัย มีบุญ, ฐิตินันท์ กล่ำศิริ, วรากร พรหมยุทธนา, วสุมดี ก่ออมรทรัพย์, รัตน์ติพร  โกสุวินทร์, ปะการัง ศรีมี. การสำรวจอะแคนทามีบาในตัวอย่างน้ำสวนสาธารณะในประเทศไทย. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ 2561; 9(1): 36-45.
วริษา หนูประเสริฐ. (2552). การวิเคราะห์จีโนไทป์ของอะแคนธามีบาที่พบในแหล่งน้ำต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(ปรสิตวิทยาทางการแพทย์). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
การสำรวจเชื้ออะแคนทามีบาจากน้ำตกในจังหวัดนครนายก ภัทธกร บุบผัน, ชลาลัย มีบุญ และฐิตินันท์ กล่ำศิริ.
การประชุมวิชาการระดับชาติ “มศว วิจัย” ครั้งที่ 9. วันที่ 28-29 กรกฎาคม 2559.  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (Poster presentation)
Pussard M, Pons R. 1977. Morphologies de laparoi kystique et taxonomie du genre     Acanthamoeba (Protozoa, Amoebida). Protistological. 13: 557-598.
Sansopha and Tolvatan. (2003). A non-contact lens related Acanthamoeba keratitis.   Chulalongkorn Medical Journal.  47: 661-666.

Share