มศว จับมือ เซ็ปเป้ จะพัฒนาหลักสูตรใหม่ให้คณะเทคโนฯ

ท่ามกลางความผันแปรเปลี่ยนไปของโลกสมัยในปัจจุบัน สิ่งใหม่ๆ มากมายต่างท้าทายให้เกิดการเรียนรู้ไม่จบสิ้น กลายเป็นองค์ความรู้ที่สร้างความสำเร็จ องค์ความรู้ที่นำมาสู่ความร่วมมือแบบข้ามภาคีข้ามเครือข่าย หรือแม้แต่จะเป็นองค์ความรู้ที่มีศาสตร์สาขาภูมิรู้ใกล้เคียงกันและกัน จนสามารถนำมาต่อยอด สร้างนวัตกรรมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะถ้าการพัฒนานั้นเป็นการแสดงให้เห็นพลังศักยภาพของความก้าวหน้าทางวิชาการ ความก้าวหน้าในวงการวิชาชีพนั้นๆ ความร่วมมือนั้นจึงจะเรียกว่าเป็นความร่วมมือที่ยังประโยชน์อย่างยั่งยืน

คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บ.เซ็ปเป้

ล่าสุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ บริษัทเซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณบดีของคณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร ผศ.ดร.อรุษา เชาวนลิขิต โดยทางฝ่ายของบริษัทเซ็ปเป้นั้นก็มีผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็นทายาทรุ่นหลังและเป็นผู้บริหารคนรุ่นใหม่ไฟแรง มาร่วมลงนามพร้อมด้วยทีม ได้แก่ คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คุณอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องปฐมบริบท อาคารประสานมิตร มศว

โอกาสนี้เราได้ทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่าย มศว ของฝ่ายเซ็ปเป้ จากทางคุณปิยจิตว่า “ความร่วมมือนี้เป็นสิ่งที่บริษัทเซ็ปเป้มีความยินดีและภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยให้มาร่วมเป็นพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน พัฒนาด้านวิชาการ การวิจัยนวัตกรรมต่างๆ พัฒนาศักยภาพนิสิตและงานวิจัยร่วมกับคณาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาหลักสูตรใหม่ร่วมกับคณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร ที่ธุรกิจของเซ็ปเป้มีความสอดคล้องกับเนื้อหาของการเรียนการสอนชัดเจนในหลายด้าน เราจึงเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เซ็ปเป้มีความถนัดมายาวนานนับ 10 กว่าปีจะมีประโยชน์สำหรับนิสิตคนรุ่นใหม่ให้สามารถคิดอะไรใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ ที่อาจจะได้มากกว่าสิ่งที่เซ็ปเป้เคยเรียนรู้และทำมาจนสำเร็จแล้ว”

   

ทั้งนี้ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยมีผลิตภัณฑ์เซ็ปเป้ บิวตี้ดริ้ง ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างสูง ที่สำคัญเป็นบริษัทของคนไทยที่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์จากแนวคิดของคนไทยสู่สากล เมื่อบริษัทของคนไทยมาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทย ความร่วมมือนี้ก็จะยิ่งประสบผลดีต่อนิสิตเด็กไทยของเรา ให้พวกเขาได้เรียนรู้ความสำเร็จที่สร้างได้จากหัวคิดและสองมือของนักธุรกิจไทยอย่างเช่นเจ้าของเซ็ปเป้คนรุ่นพ่อแม่ โดยเมื่อ ปี พ.ศ. 2516 คุณอนันท์ รักอริยะพงศ์ คุณสมนึก ไอศูรย์พิศาลศิริ คู่สามีภรรยาที่มีใจรักในการทำขนม ได้ตัดสินใจซื้อเตาอบเล็กๆ ทำ “คุกกี้” ขายตามสถานีรถไฟและสถานีขนส่ง ด้วยความใส่ใจในเรื่องคุณภาพและรสชาติ จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้มีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ภายใต้แบรนด์ “ปิยจิต” กิจการได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนในปี พ.ศ. 2531 บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัลฟู้ด จึงถือกำเนิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางชันและได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) ในปี 2556 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างยั่งยืน

คุณอดิศักดิ์ ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้บริหารระดับสูงของเซ็ปเป้ เล่าให้เราฟังถึงความสำเร็จของธุรกิจนี้ว่า “เราเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มเมื่อปี พ.ศ. 2544 โดย ‘โมกุ โมกุ’ เป็นน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดแรกของบริษัท ภายใต้การบริหารงานของผม อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ (ก้อง) ซึ่งเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของครอบครัวและนับว่าเป็นจุดกำเนิดเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นครั้งแรกของโลกที่เพิ่มลูกเล่นให้น้ำผลไม้ด้วยการผสมวุ้นมะพร้าวลงไป สร้างความฮือฮาให้กับตลาดเครื่องดื่มในยุคนั้นเป็นอย่างมาก นับจากนั้นเป็นต้นมา โมกุ โมกุ ก็ได้กลายเป็นขวัญใจของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยที่ชื่นชอบน้ำผลไม้เคี้ยวได้ มาโดยตลอด แต่การจะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพนั้น วัตถุดิบและกระบวนการผลิต ถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดยต้องมีคุณภาพสูง ที่สำคัญคือต้องปลอดภัยต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น คอลลาเจน ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ ต้องเลือกชนิดที่สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกเกรด A ล้วนๆ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นแหล่งคอลลาเจนที่มีคุณภาพดีที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่

  

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการจัดการระบบบริหารคุณภาพตั้งแต่การจัดหาและการตรวจรับ วัตถุดิบ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิต จนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานกำหนด รวมทั้งความใส่ใจในเรื่องคุณภาพของพนักงานแต่ละคน จนได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2000, GMP Codex, HACCP, HALAL, Kosher และ Food and Drug Administration, Thailand ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดและยืนยันถึงความพร้อมในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่อง”

จากข้อมูลความสำเร็จของบริษัทเซ็ปเป้ดังกล่าวนั้น จึงน่าเชื่อมั่นได้ว่าความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับองค์การภาคธุรกิจเอกชนครั้งนี้ จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดในสิ่งที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตน แล้วนำมาปรับประยุกต์เข้าหากัน โดยที่มหาวิทยาลัยนั้นได้มีคณะเทคโนโลยีฯ เป็นแกนกลางที่จะนำสาระสำคัญของการลงนามความร่วมมือนี้ไปใช้พัฒนาหลักสูตรใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการทางตลาด พัฒนาหลักสูตรให้มีความร่วมสมัยทันกระแสและความต้องการเรียนรู้ของนิสิตยุคดิจิทัล โดยปัจจุบันคณะเทคโนฯ มีการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ใน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตเทคโนโลยีวัสดุพอลิเมอร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพและผลิตภัณฑ์การเกษตร (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) มีความมุ่งมั่นสร้างกระบวนการคิด ต่อยอดภูมิปัญญาชุมชน สู่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล มีการบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญา สร้างนวัตกรรมสู่สากลไม่ต่างจากสโลแกนของเซ็ปเป้ว่า WE BETTER PEOPLE’S LIVES THROUGH OUR INNOVATIVE SPIRITS.

อย่างไรก็ตาม หากใครที่สนใจอยากมาเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยกับคณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตรของ มศว แล้วล่ะก็ ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ มหาวิทยาลัยจะจัดงาน SWU OPEN HOUSE เปิดบ้าน มศว แนะนำคณะต่างๆ ในส่วนของคณะเทคโนฯ นั้นน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมปลายที่กำลังเสาะแสวงหาที่เรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยก็จะได้พบกับ 3 สาขา 3 สไตล์ ได้สาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ สาขาเทคโนโลยีวัสดุพอลิเมอร์ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพและผลิตภัณฑ์การเกษตร

ร่วมปฏิบัติจริงเพื่อค้นหาตัวตนของคุณและรับของที่ระลึกฟรี!!
แล้วพบกันที่  @ตึก 15 คณะแพทยศาสตร์ ชั้น 1 และ 4 วันที่ 9-10 พฟศจิกายนนี้ มศว ประสานมิตร

Share