แฟชั่น มศว CCI มิติใหม่ ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ ในรูปแบบ LIVE AND VIRTUAL

จากการเปิดเผยของ อาจารย์ ดร.ทรงกลด คำสุข อาจารย์ประจำวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า “ในช่วงวันแม่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เราได้มีการเผยโฉมผลงานแฟชั่นนิพนธ์ในรูปแบบใหม่ที่มีการนำเสนอผลงานของนิสิตแฟชั่น หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว ขึ้นกับการแสดงผลงานแฟชั่นนิพนธ์จำนวน 27 Collections จาก FASH 20 (Fashion at SWU House)  ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกที่ทำให้การเรียนการสอนทางด้านแฟชั่นในระดับอุดมศึกษาทั่วโลกหยุดชะงัก โดยในปีนี้เหล่านิสิตแฟชั่นของ มศว ได้นำเสนอผลงานในรูปแบบของ LIVE AND VIRTUAL เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งในวิดีโอตัวนี้ได้นำเสนอผลงานแฟชั่นนิพนธ์จำนวนกว่า 27 ผลงาน เราจะได้เห็นทั้งภาพการตรวจผลงานของคณะกรรมการและการนำเสนอผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ The unknown place ที่พาทุกคนไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ถูกกล่าวถึงหรือจินตนาการถึงของแต่ละ Collections เรียกได้ว่าเป็นการเปิดมิติใหม่ของการเผยผลงาน Thesis หรือแฟชั่นนิพนธ์ของเหล่านิสิต ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นเบื้องลึก เบื้องหลังของผลงานได้มากยิ่งขึ้น”
จากการนำเสนอของนิตยสารแฟชั่นอย่าง L’OFFICIEL THAILAND ได้นำเสนอว่า Concept ของแฟชั่นนี้ นิสิตแฟชั่นได้หลอมรวมภูมิปัญญารากเหง้าความเป็นไทยมาถ่ายทอดสู่เครื่องแต่งกายที่ได้รับการหยิบยกมาตีความนำเสนอในแบบฉบับของการทำแฟชั่นได้อย่างลึกซึ้ง  จึงมีคณะกรรมการรวบรวม 10 แฟชั่นนิพนธ์ Collections เด่น ที่คัดสรรมาแล้วจากคณะกรรมการ ให้เป็นผลงานที่ดีที่สุดใน FASH 20 ถ่ายถอดความสร้างสรรค์ของเครื่องแต่งกายสาวออฟฟิศ เช่น สูทมาดขรึมที่ดูทางการ นำมาดัดแปลงกับลูกเล่นของชุดนางโชว์ที่มีรูปแบบหรูหราเกินจริง ทำให้ได้ผลลัพธ์ของ Look โดยรวมที่ดูทะมัดทะแมงร่วมสมัย ในเวลาเดียวกันก็แทรกรายละเอียดที่เอาคลิปหนีบกระดาษและอุปกรณ์ในออฟฟิศ มาสร้างสรรค์รวมกับงานปักคริสตัลและคริสตัลวาววับ จึงดูร่วมสมัย กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นต้น”  
 

She work hard for the money by Apidate Phuengking (arm)
เครื่องแต่งกาย Collections นี้รับแรงบันดาลใจจากชุดของนางโชว์ลาสเวกัส ที่มาจากภาพถ่ายของ Rob LaRosa ผสมผสานกับ Idea จากเครื่องแบบสาวออฟฟิศในช่วงทศวรรษที่ 1980s
Crystallization by Jittanat Somjumroon (Au)
ผลงานใน Collections นี้ ดีไซเนอร์ตั้งใจสื่อถึงความงามของการเจริญโตของธรรมชาติ ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ความสวยงามในตัวของเอง ดีไซเนอร์จึงเลือกนำผ้าตาข่ายมาใช้แช่ในน้ำต้มสารส้มและบ่มไว้ให้อุณหภูมิลดลงอย่างช้าๆ เป็นการเลี้ยงผลึกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ การเลือกใช้สารส้มนำมาทดลองผลิตเป็นเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นทั้งภูมิปัญญาไทยและการหมุนเวียนทรัพยากรน้ำและตัวสารส้มเองด้วย แม้ว่าการตกผลึกเป็นสิ่งไม่สามารถควบคุมตำแหน่งหรือขนาดได้ แต่กลับเป็นเสน่ห์ชวนมองที่สร้าง Effect ความแปรผัน เปลี่ยนแปลงของมันเอง โดยในบางครั้งอาจจะต้องอาศัยปัจจัยทางธรรมชาติ ทางอุณหภูมิ สภาพอากาศ ที่จะทำให้แต่ละ Look ดูออกมาสมบูรณ์แบบ
Beauty Aestheticism by Pongpasin sopa (bangster)
“ผมรู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในหลุมโพรงกระต่ายของ Alice in Wonderland ทำไมทุกคนในสังคมดูตั้งใจสวย และแต่งตัวเหมือนๆ กันไปหมด” คำถามที่ดีไซเนอร์ตั้งข้อสงสัยต่อสังคมว่า ใครเป็นคนนิยามความงามเหล่านี้? กลายเป็นไอเดียตั้งต้นให้ แบงก์สเตอร์ หยิบวัฒนธรรมผ่าเหล่าต่างในสังคมที่สังคมสร้างบรรทัดฐานว่าผิดแปลกไปจากค่านิยมในปัจจุบัน ถูกนำเอามาตีความเข้ากับสุภาษิตและคำพังเพยของไทยในทํานองเสียดสีประชดประชัน เพื่อให้สะท้อนความคิด ความเชื่อถือและเป็นคติเตือนใจ โดยดีไซเนอร์เลือกจะรื้อกฎเกณฑ์ของค่านิยมเหล่านั้นออกเป็นส่วนๆ และนำมาประกอบใหม่ที่ยังล้อเลียนเสียดสีระบบอุตสาหกรรม Fast แฟชั่นอีกทาง
SHOPLIFTER by Bhuchij Siksakasopon (titee)
จากเรื่องราวของ Shoplifter ที่มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยของแล้วซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า หรือ ร่างกาย กลายเป็น Idea ให้ดีไซเนอร์ พัฒนาหัวข้อให้เครื่องแต่งกายเป็นการซ่อนของที่ต้องการขโมยลงในเนื้อผ้า ซึ่งดีไซเนอร์เลือกผสานแนวคิดดังกล่าวกับผ้าฝ้ายทอมือ บ้านสันกอดู่ จังหวัดลำพูน โดยพัฒนารูปแบบการทอแบบ zero-waste ด้วยการนำเศษผ้าฝ้ายจากการตัดเย็บ นำมาถักทอไปมา พ้องกับเวลา Shoplifter ขโมยของก็จะนำเอาสิ่งของที่ขโมยใส่ลงในเสื้อผ้า ไม่ต่างจากการทอผ้าแบบ zero-wasteในครั้งนี้ที่เลือกองเหลือใช้ ของเก่าเสื่อมสภาพ มาแทรกเป็นบนผ้าทอได้อย่างแนบเนียน
Trash on you by Jenjira Puttanan (jenji)
โครงการพัฒนาเศษวัสดุจากทะเลสู่เครื่องแต่งกายร่วมสมัย Creative ready to wear concept คือการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาเป็น วัสดุใหม่ในรูปแบบของแฟชั่น ถ้าในอีก 20 ปีข้างหน้าโลกมีแต่ขยะแล้วคนต้องหันมาใส่ขยะพลาสติกจะเป็นอย่างไร ? โดย Collections นี้ ดีไซเนอร์ตั้งใจเพิ่มมูลค่าของเศษวัสดุที่คนไม่เห็นประโยชน์ของมันแล้ว นำมาหยิบโยงกับแนวคิดของศิลปิน Demian Hirst ที่ตีความออกมาโดยการไปถ่ายรูปขยะทะเล นำมาจัดองค์ประกอบและทดลองสร้างสรรค์เทคนิคใหม่ๆ อันเกิดจากการนำถุงขนมด้านที่เป็นฟรอย มารีดความร้อนติดกับผ้าให้เกิดเป็นผิวสัมผัสแปลกตาที่น่าสนใจ รวมไปถึงส่วนของลายขนมที่ตัดออกมานำมาต่อกัน ก็เกิดเป็นลวดลายใหม่
LOST IN THIE DAYDREAM by Sukritta Makarapirom (mang)
ผลงาน Collections นี้ เริ่มต้นจากการศึกษาเรื่อง ความเชื่อการทำนายฝันของไทย ถูกนำมาตีความเรื่องราวและความหมายของความฝันผ่าน ลายเส้นสีน้ำตามความเชื่อต่างๆ ผลลัพธ์ที่ได้ จึงออกมารูปลักษณ์ของเสื้อผ้าในรูปแบบ creative ready to wear ที่นำเอาเทคนิค patch work จากขยะเศษผ้าในอุตสาหกรรมพื้นถิ่นของแม่บ้าน ในจังหวัดนครราชสีมา นำมาต่อเป็นลวดลายพร้อมปักด้วยลูกปัดแบบต่างๆ ทั้งหมดนำเสนอด้วยโทนสีสดใสจากแนวคิดที่ว่า การนอนหลับฝันไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำเสมอไป
THE DIFFERENT DIMENSION by Narakorn Semachim (pae)
จากเกม Playstation 2 Digimon rumble Arena และการ์ตูนอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure ที่คออนิเมะต่างคุ้นเคย เมื่อนำมาตีความกับภูมิปัญญาการวาดฉากลิเก ที่มักหยิบยกฉากในวรรณคดี มาสร้างเป็นฉากหลัง
Mash Max by Kanyapak Ninhiran (Pookky)
Collections นี้เริ่มต้นจากที่ ดีไซเนอร์เห็นว่าของเหลือใช้จากอุตสาหกรมแฟชั่น กลายเป็นปัญหาขยะอันดับต้นๆ ของโลกเธอจึงตัดสินใจจะนำเศษผ้าเหล่านี้มาพัฒนาต่อในหลากหลายวิธี โดยอิงกระบวนการของภูมิปัญญาเครื่องเขิน และค้นพบว่าการนำผ้าโพ้งมาซักกรองฝุ่นออก นำไปย้อมร้อน และซักอีกรอบก็จะได้วัสดุเชิงทดลอง ที่เธอต่อยอดอีกขั้นด้วยการนำเอาไปเศษวัสดุที่ได้ไปประกบเข้ากับเยื่อกาว ผ้าพื้น และผ้าใยแมงมุมที่อยู่ด้านนอก เกิดเป็นวัสดุแบบใหม่ คล้องกับโทนสี ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ภาพยนตร์ Mad max : fury road นำไปปรับใช้ร่วมกับเทคนิค Draping ตามแนวถนัดของดีไซเนอร์ เธอจึงกลับไปที่จุดเริ่มตัน อย่างโรงงานผลิตเสื้อผ้า พร้อมตั้งคำถามกันมันว่า เศษผ้าในส่วนนี้นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อีกหรือไม่?
bloom where you are planted by Tongsatat sontisuwan (van)
จากความต้องการให้ Collections นี้มีความฟูฟ่อง ฟุ้งๆ ฝันๆ เหมือนอยู่ใน ทุ่งดอกไม้ภายใต้แรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนไปในสวนดอกไม้ทั้ง 5 แห่งในประเทศญี่ปุ่น พ้องกับโจทย์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของใยบวบ จึงกลายเป็นวัสดุที่เข้าแทนที่ภูมิปัญญาไทยและเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อโลก เพราะนอกจากจะทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นฆ่าแบคทีเรียได้แล้ว ดีไซเนอร์ยังคิดค้นกระบวนการนำเอามาย้อมสีดอกไม้ธรรมชาติเพื่อให้ตัวบวบมีสีสันที่ต้องการและเอาไปเย็บติดกับผ้าพื้นที่จะเป็นผิวสัมผัสกับคนใส่ด้านในแทรกด้วยงานปักฟูด้วยดิ้นสารพัดสีสะท้อนให้เห็นการจัดวางดอกไม้ในสวนสวย
Nappily.oo by Varissara Phumeethum (Nook)
“ความไม่สมบูรณ์แบบ” เป็นสิ่งที่เราต้องการปกปิดซ่อนไว้ภายใน เช่นเดียวกันกับชุดชั้นของผู้หญิงที่สวมใส่ไว้เพื่อปกปิดร่างกายของตนเอง ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายในแบบชุดชั้นใน ดีไซเนอร์หยิบยกมานำเสนอผ่านเครื่องแต่งกายในรูปแบบ inside out คือ การนำสิ่งที่ไม่สวยงามของเสื้อผ้าและชุดชั้นในเผยออกมาภายนอก โดยใช้เทคนิค Deconstruction ผสมกับ Thai wisdom การมัดตราสังของไทย
WE BRING YOU TO THE UNKNOWN PLACE สุดยอดความคิดสร้างสรรค์จากโลกแฟชั่น ไปกับ FASH 20 : Graduate Showcase BY CCI SWU แฟชั่น มศว CCI  มากกว่าแค่ผลลัพธ์ที่มองเห็น หากแต่ทุก Collections ในผลงานการออกแบบแฟชั่นนิพนธ์จาก FASH Graduate Showcase ล้วนโดดเด่นด้วยแนวคิดจากภูมิปัญญาของไทยที่หยิบยกมาตีความได้อย่างลึกซึ้ง นี่คือ 10 แฟชั่นนิพนธ์ Collections เด่น ที่คัดสรรมาแล้วจากคณะกรรมการ ให้เป็นผลงานที่ดีที่สุดใน FASH 20 และได้รับการเผยแพร่แล้วในสื่อนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของไทยในวันนี้

Share