ดร.ชิ ผศ.ปะกาเกอะญอคนแรกคนเดียวของ มศว

ดร.ชิ สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์คนใหม่ มศว อาจารย์ปะกาเกอะญอคนแรกและคนเดียวของ มศว

ขอแสดงความยินดีกับผู้ช่วยศาสตราจารย์คนใหม่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) สังกัดวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ข่าวนี้อาจจะเป็นข่าวที่น่ายินดีที่ดูจะไม่ต่างจากการที่ มศว มีอาจารย์หรือด็อกเตอร์หลายคน ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์หรือแม้กระทั่งศาสตราจารย์ท่านอื่นๆ เช่นเดียวกัน “จะต่างกันที่ตรงไหน” แต่หากใครที่ได้รู้ถึงการมาเป็นอาจารย์ของ “อาจารย์ชิ” ชื่อที่เด็กนิสิตเรียกขานกันด้วยความคุ้นเคย ก็จะรู้ว่าอาจารย์ชิเป็นอาจารย์ชาติพันธุ์ชาวปะกาเกอะญอหรือกะเหรี่ยงคนแรกและคนเดียวของ มศว ที่กล้าหาญแบ่งภาคชีวิตครึ่งหนึ่งมาใช้ชีวิตทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อชุมชนของทั้งสังคมเมืองและสังคมถิ่นฐานของตนเองในมิติมุมมองความคิดนอกกรอบ

เขาเป็นศิลปินแห่งชนเผ่าปะกาเกอะญอ คือคนที่เล่นเตหน่ากูเครื่องดนตรีประจำชนเผ่าได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง ทุกที่ทุกครั้งที่เขาได้รับโอกาสให้ร่วมแสดงดนตรีชนิดนี้ เขาไม่เคยปฏิเสธเลยเพราะมันคือลมหายใจของเขา เขาคืออาจารย์ชาติพันธุ์คนแรกและคนเดียวของ มศว ที่ยังคงไม่ลดละความทุ่มเทในการสร้างบัณฑิตคืนถิ่นตามแนวตะเข็บชายแดน ด้วยความคิดมุมมองใหม่ๆ ที่ทำให้คนที่หลายคนอาจคิดว่าเขาคือคนแปลกหน้า คือคนแปลกแยกจากสังคมเมือง แต่วันนี้เขาพิสูจน์แล้วว่า เขาคือชาติพันธุ์ที่มีความรู้ขั้นสูงสุด เป็นความรู้ที่มากพอกับความรักในชาติพันธุ์ มากพอที่จะทำให้ได้นำการศึกษาที่เขามีและประสบการณ์ชีวิตความเป็นคนชาติพันธุ์ของเขามาเชื่อมโยง ยึดโยงเข้ากับการสร้างคนดีสู่สังคม เป็นการสร้างคนสร้างสรรค์บัณฑิตคืนถิ่นโดยแท้

คนอย่างอาจารย์ชิต้องนับว่าเป็นบุคลากรคุณภาพขององค์กรอย่างแท้จริง สร้างมิติใหม่ให้กับมหาวิทยาลัยชนิดที่ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนมีเหมือน เริ่มตั้งแต่เขาได้รับการทาบทามจากท่านคณบดีวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย รองศาสตราจารย์อำนาจ เย็นสบาย เมื่อครั้งที่เขายังไม่สำเร็จการศึกษาเป็น ดร. เสียด้วยซ้ำ เขานับถือ เขาศรัทธา ศรัทธาเป็นเครื่องนำพาให้เขาเกิดความเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้และความยึดมั่นในชาติพันธุ์ของเขาจะสามารถหลอมรวมเอาการศึกษามาเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้

จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดกับอาจารย์ชิ บอกว่า “ สารภาพว่า​ ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจที่จะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของเขาอย่างหนักในเบื้องต้น​ ต้องถกกันอย่างหนัก​ เราอยากอยู่เชียงใหม่​ ใกล้​ครอบครัว​ ใกล้ญาติมิตร​ ใกล้ชุมชน​ ใกล้บ้านเกิด​ แต่ต้องอพยพไปอยู่ห่างบ้าน​ ต่างเมือง​ แต่เขาก็นำเสนอโอกาสในการสร้างเด็กชาติพันธุ์รุ่นใหม่​ในการรับใช้ชุมชน​ การทำงานกับชุมชน​ในการเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับนักศึกษา​ ในที่สุดเราต้องยอมใจอ่อนกับอุดมการณ์ของเขา​ ทำงานใหม่​ ๆ​ อย่าง​งง​ ๆ​ กับงานของเขา​ บ่อยครั้งที่ชวนเขาย้ายกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่​ แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้า​ ยิ่งเวลาเจอกับคณบดีที่เขานับถือ รองศาสตราจารย์อำนาจ เย็นสบาย เขาคุยกันถึงเป้าหมายด้วยแววตาเป็นประกายทั้งคู่​ ต่อมาได้ทีมอาจารย์ในสาขาวิชาที่ร่วมทำงานกับชุมชนอย่างเข้าใจ ทำให้ดูเหมือนเขามีชีวิตชีวา​กับชุมชน​ เป้าหมายที่สร้างบัณฑิตคืนสู่ถิ่น​ พิพิธภัณฑ์เชิงนิเวศชุมชน​ แม้อาจยังไม่สำเร็จเป็นรูปธรรม​ ก็ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จส่วนตัวของเขาอีกอย่าง​ แม้จะเหนื่อยกับสิ่งที่เขาทำ​ ขอบคุณ​พระเจ้าที่ทรงนำ​ปกป้อง​ และเสริมกำลังในทุกย่างก้าวของเขา”

วันนี้ มศว ของเรา ได้มีผู้ช่วยศาสาตราจารย์คนใหม่ชาติพันธุ์ปะกาเกอะญอคนแรกและยังเป็นคนเดียว ที่มีอุดมการณ์ความมุ่งมั่นจะนำความรู้การศึกษาไปสู่การพัฒนาความคิดสติปัญญาของเด็กรุ่นใหม่สายชาติพันธุ์ต่างๆ รวมไปถึงสร้างสมานความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันและการทำงานร่วมกันของชุมชนด้วยแนวคิดตรงกันว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม สิ่งที่อาจารย์ชิได้ทำ ได้ถ่ายทอดปลูกฝังลงสู่เด็กนิสิตรุ่นแล้วรุ่นเล่าทั้งที่เป็นและไม่เป็นชาติพันธุ์ จึงเป็นการลดความเหลื่อมล้ำช่องว่างทางสังคม ยกระดับคุณภาพความเป็นคนในชนชั้นทางสังคมไทย ทำให้ชุมชนเมืองและชุมชนชาวชาติพันธุ์ได้สร้างคนดีมีคุณภาพเป็นบัณฑิตคืนถิ่นสมดังเจตนารมณ์ของเขา

 

Share