بازی انفجار سایت پیش بینی سایت شرط بندی
“วิโนน่า” ร่วมมือ “มศว”  ใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย ปรับสมดุล เสริมภูมิคุ้มกันสุขภาพ - PRswu

“วิโนน่า” ร่วมมือ “มศว”  ใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย ปรับสมดุล เสริมภูมิคุ้มกันสุขภาพ

 โพรไบโอติกส์ (probiotics)” เป็นจุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์ เมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะส่งผลดีต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ บริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัด ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทย ได้ลงนามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและอนุญาตใช้สิทธิ ผลงาน จุลินทรีย์ โพรไบโอติกส์สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC39-1 ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาสายพันธุ์ของ รองศาสตราจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์  อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มศว เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ และกระตุ้นการใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ในไทย ลดการนำเข้าโพรไบโอติกจากต่างประเทศและต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ช่วยสร้างสมดุลสุขภาพของคนไทยและลดภาระค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลในอนาคต

 

รองศาสตราจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ เจ้าของผลงานวิจัยเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติก กล่าวว่า “สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC39-1 เป็นโพรไบโอติกส์ (Probiotic) สายพันธุ์ไทยและมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ลดการสะสมของไขมัน ลดการอักเสบในตับ ลดลำไส้อักเสบยับยั้งเชื้อก่อโรค ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อีกทั้งเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่อนุญาตให้ใช้เป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ในอาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถือเป็นโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย ซึ่งจะคุ้นเคยกับผู้บริโภค

และนี่เป็นครั้งแรกของการนำโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมาใช้ในเชิงพาณิชย์ เชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium animalis TA-1 เป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีการพิสูจน์คุณสมบัติแล้วว่าเป็นโพรไบโอติกที่ดี และอยู่ในการอนุญาตขององค์การอาหารและยา (อย. ) ซึ่งผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาที่ได้มาตรฐานเพื่อหาข้อพิสูจน์ว่ามีคุณสมบัติจำเพาะที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย แม้จะพบว่ามีคุณสมบัติเด่นในการลดไขมันและคอเลสเตอรอล แต่สามารถกล่าวได้ว่าเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์นี้ เป็นสายพันธุ์ที่ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยนั้น สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียง เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ โพรไบโอติก ไม่ใช่ยาหรือสารเคมี หากแต่เป็นสารอาหารตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายของคนเรา หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อเติมสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพองค์รวม”

 

ด้านนางนพรัตน์ สุขสราญฤดี เจ้าของผู้ก่อตั้ง บริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัด กล่าวว่า “จากความร่วมมือในการลงนามสัญญากับทาง มศว เพื่อใช้สิทธิข้อมูลเทคโนโลยี จุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotics) สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 ซึ่งเป็นผลงานจากคณะนักวิจัยของ มศว รองศาสตราจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ ในปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์วิโนน่า และได้มีการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 นับว่าประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภคในแง่ของการมีสุขภาพที่ดีขึ้นในหลายระบบโดยไม่ต้องใช้ยา เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ต้านอักเสบ ปรับภูมิคุ้มกัน ลดสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น ทำให้เราเชื่อมั่นต่อความรู้ความสามารถและผลงานวิจัยของนักวิจัยไทย และเชื่อมั่นในคุณภาพของจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย ที่เราค้นพบแล้วว่าเป็นจุลินทรีย์ที่เหมาะคนไทย วิโนน่า ในฐานะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีความมุ่งมั่นร่วมกับคณะนักวิจัยของ มศว ที่อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพร่างกายที่สมดุล สมบูรณ์แข็งแรงด้วยการบริโภคจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงเกิดความร่วมมือครั้งใหม่นี้ในการลงนามเพื่อรับใบอนุญาต เพื่อใช้ผลงานจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium animalis TA-1 สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะช่วยสร้างสมดุลแก่สุขภาพในระยะยาวแก่ผู้บริโภคตามความตั้งใจของแบรนด์วิโนน่า ที่อยากช่วยให้คนไทยหลีกเลี่ยงการพึ่งพายา และสารเคมีเข้าในร่างกายและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรค ซึ่งการดูแลสุขภาพองค์รวมด้วยสารอาหารตามธรรมชาติเช่นนี้ จะเป็นการรักษาสุขภาพอย่างยั่งยืนและทำให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่ต้องพึ่งพายาและสารเคมีเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ด้วยเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ทำให้ในภาคอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทย มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่สนใจในการนำจุลินทรีย์โพรไบโอติกมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การสนับสนุนผลงานของนักวิจัยไทย ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเชื้อจุลินทรีย์ โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย นอกจากจะช่วยเพิ่มดุลการค้าและลดความสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการนำเข้าสายพันธุ์หรือผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์โพรไบโอติกจากต่างประเทศ ในขณะที่จุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย มีการคัดแยก พัฒนา และทดสอบกับกลุ่มประชาการไทย จึงมีความคุ้นเคยกับคนไทยมากกว่า ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่า ผลงานวิจัยเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย มีศักยภาพและขีดความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันกับผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ และยังสามารถนำสายพันธุ์ของเราขยายตลาดไปยังกลุ่มเอเซียแปซิฟิกได้อย่างแน่นอน”

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ บริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัด ในฐานะพันธมิตรจากภาคเอกชน ได้เข้ามาร่วมมือกับ มศว ในการลงนามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและอนุญาตให้ใช้สิทธิ ผลงานเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium animalis TA-1 โดย มศว มีนโยบายการส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม อันเกิดจากองค์ความรู้ที่มีประโยชน์โดยการพัฒนาและทดลองของคณะนักวิจัย ซึ่งการเข้ามามีบทบาทของภาคเอกชน จะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ทำให้องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนั้น ไม่สิ้นสุดเพียงแค่เป็นผลงานวิจัย เพราะผมอยากให้งานวิจัยเป็นงานวิจัยที่มีประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อประชาชนคนทั่วไปโดยใช้องค์ความรู้ของนักวิจัยนักวิชาการไปสร้างทำงานวิจัยต่างๆ งานวิจัยไม่ใช่งานโชว์ขึ้นห้างหรือขึ้นหิ้ง แต่ต้องใช้ได้ในชีวิตจริง ที่ผ่านมา มศว เรา มีผลงานวิจัยมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อคนในหลายเรื่องและขยายผลในเชิงพาณิชย์เพราะด้วยศักยภาพด้านธุรกิจ อุตสาหกรรมและกลยุทธ์ทางการตลาดของภาคเอกชนนั้น จะช่วยผลักดันให้งานวิจัยขยายสู่ความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้และมีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ จากผลงานวิจัยจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถไปถึงมือผู้บริโภค ยิ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นการขยายขีดความสามารถในแข่งขันแก่สถาบันระดับอุดมศึกษาและในภาคอุตสาหกรรมของประเทศอีกด้วย”

Share