เปิดใจ รองชลวิทย์ ผู้กุมบังเหียน “มศว เพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม”

รศ.ดร.ชลวิทย์  เจียรจิตต์  รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม และ รักษาการแทนคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และเป็นผู้ประสานงานความร่วมมือทางวิชาการกับเครือ “มติชน” และรับบทบาทหน้าที่ใหม่ล่าสุดด้วยตำแหน่ง รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม กับภารกิจใหญ่ทั้งเรื่องของแผนยุทธศาสตร์งบประมาณและงานกิจการเพื่อสังคมที่คุ้นเคยของมหาวิทยาลัย ตามนโยบายที่ท่านอธิการบดี รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล ยังคงสืบสานและยึดมั่นมาในการประกาศตัวเป็น “มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม” ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามบอกกับทุกคนในการทำงานคือ การเสียสละเพื่อส่วนรวมทำเพื่อองค์กรและลูกศิษย์คือคนสำคัญ การทำงานใช้คำว่าผู้ร่วมงาน ใช้การพูดคุย ขอความร่วมมือ การให้เกียรติกันในการทำงาน มีเป้าหมายที่ชัดเจน คือกรอบนโยบาย มศว รับใช้สังคมและที่สำคัญคือ ตำแหน่งนั้นไม่มีค่า สิ่งที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ที่มีค่า การสร้างงาน สร้างสังคมการทำงานที่มีทีมเวิร์กที่ดี และการสร้างคนที่ทำงานร่วมกับเรามีโอกาสในการก้าวหน้าต่อไป ทุกคนต่างมีความหลากหลาย ต้องให้เกียรติผู้ร่วมงานจะทำงานร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ต้องรักที่จะทำ ตำแหน่งของผมมันบ่นไม่ได้เพราะเป็นตำแหน่งที่เราอาสามาทำงาน หมายถึงว่าเราอาสามาทำเพื่อองค์กร มีการเลือกสรรจากคณะกรรมการ งานผมเป็นงานอาสา ผมไม่มีสิทธิบ่น ต้องชอบต้องรักที่จะทำงานนี้ ต้องยอมรับการแก้ปัญหาในองค์กรการศึกษา คนที่อาสามาทำงานองค์กรแนวนี้ต้องอดทนถือว่าคุณค่าที่ได้คือการรับใช้องค์กรและสังคม ไม่มีสิทธิบ่น ต้องการ ตั้งใจ และทุมเทเป็นแรงบันคาลใจให้ผู้ร่วมงานไปด้วยกัน ผมถือเรื่องงานสังคมเป็นงานที่เราร่วมทำถ้าไม่ติดภารกิจใดๆ งานส่วนรวมของ มศว งานสังคมทุกๆ ด้านถือเป็นการให้กำลังใจ นิสิต มศว คณะต่างๆ ทั้งคณะสังคมศาสตร์ถืองานส่วนร่วมคืองานที่สร้างจิตพิสัยด้าน มศว รับใช้สังคมอย่างมีคุณค่า”รองชลวิทย์ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อสังคมของตนเองที่มีแก่องค์กรและทีมบุคลากรกับสื่อมวลชน “มติชน”
กล่าวเฉพาะนโยบายของมหาวิทยาลัยนั้น ตั้งแต่สมัยอดีตอธิการบดี คือ ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ที่ได้ประกาศจุดยืนความเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเอาไว้ว่า มศว เป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม กระทั่งปัจจุบันในสมัยของ รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีคนปัจจุบัน ก็ยังคงยึดแนวนโยบายนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมหาวิทยาลัยอยากให้นิสิตที่สำเร็จการศึกษาไปเป็นคนที่ดี คนเก่งและเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม เป็นคนที่รู้ร้อนรู้หนาวต่อความเป็นไปของสังคม สามารถทำงานรับใช้สังคมได้ “เมื่อผมรับนโยบายการทำงานเพื่อสังคมนี้มาก็มีทีมบุคลากรทั้งที่คณะและส่วนกิจการเพื่อสังคม ช่วยกันขับเคลื่อน อย่างที่คณะสังคมศาสตร์ คณาจารย์เองก็จะช่วยกันส่งเสริมเป็นแรงจูงใจให้นิสิตด้วย “ส่วนหนี่งเป็นนิสิตภาคบริหารธุรกิจ ซึ่งภาควิชาบริการธุรกิจ ที่แต่ก่อนอยู่คณะสังคมฯ มศว ผลักดันจนได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย แยกออกมาเป็นคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม ถือเป็นวิสัยทัศน์ของท่านอธิการบดีทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่ได้ผลักดันจนกระทั่งภาควิชาหนึ่งออกมาเป็นคณะ ในชื่อคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคมแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อผมรับนโยบายนี้มาเต็มที่ และจะเสริมเรื่องของ SDG (Sustainable Development Goals) ซึ่งเป็นกรอบทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สหประชาชาติกำหนดไว้ 17 ข้อ ที่เน้นเรื่องสุขภาวะของคนในสังคม เรื่องของผู้สูงอายุ เรื่องสิ่งเเวดล้อม ความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งหลักสูตรใหม่คือหลักสูตรกฎหมาย เป็นการผลักดันจากท่านอธิการบดี ที่เล็งเห็นอยากให้นักกฎหมายเน้นภาพร่วมของการเป็นนักกฎหมายเพื่อสังคมไกล่เกลี่ยปรองดอง” (รองชลวิทย์กล่าวกับสื่อมติชน)
ส่วนด้านการทำงานเพื่อเป็นผู้ประสานงานร่วมกับมติชนในงานความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันนั้น ถามว่าทำไมต้องเป็นมติชน คำตอบเพราะว่า “หนังสือพิมพ์มติชนเน้นสาระทางวิชาการ ให้ความสำคัญต่อมุมมองทางการศึกษาและสังคมตลอดมา ให้โอกาสคณาจารย์นักวิชาการได้นำเสนอมุมมองทางสังคมที่หลากหลาย อยู่คู่สังคมไทยมานาน เป็นหนังสือพิมพ์ที่ให้ความสำคัญในมิติการดูแลสังคมอุดมปัญญา หนังสือพิมพ์มติชนเป็นสื่อที่ให้ข้อมูล ให้ความรู้กับสังคม ผ่านงานเขียนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางข่าวที่มีคุณค่า ดังนั้น การที่ทำความร่วมมือทางวิชาการ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม คณาจารย์ นิสิตทุกระดับ มหาวิทยาลัย และเป็นประโยชน์ต่อมติชน ที่จะมีกิจกรรมร่วมกับ มศว ที่เป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม ซึ่งทางผู้บริหารของมติชนเองก็ตระหนักในเรื่องนี้ ว่าในยุคปัจจุบันเราต้องความร่วมมือกันในทิศทางที่หลากหลายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมดำรงอยู่อย่างเข้มแข็งต่อไป” โดย รศ.ดร.สมชาย ให้นโยบายว่าความร่วมมือต้องเน้นการพัฒนาทางสังคม โดยทางคณะสังคมศาสตร์ คณะนวัตกรรมการสื่อสารสังคม คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม และคณะอื่นๆ ใน มศว เป็นหลักในการทำกิจกรรมร่วมกับทางมติชน เพื่อพัฒนาผลงานด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาสังคม ตลอดจนในอนาคตก็อาจจะมีการเสวนาเรื่องของการพัฒนาหลักสูตรสมัยใหม่ เช่น ด้านรัฐศาสตร์ ด้านนวัตกรรมการสื่อสาร ผู้ที่ทำงานด้านสื่ออย่างเครือในมติชน เช่น ผู้สื่อข่าว ย่อมมีประสบการณ์ในการทำข่าวสูง มหาวิทยาลัยโดยคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็อาจจะเชิญมาถ่ายทอด สอนเทคนิควิธีการ ประสบการณ์การทำข่าว ขอความรู้จากนักข่าวอาวุโส มาช่วยสนับสนุน ร่วมมือให้เกิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านสื่อสาร การเมือง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย เป็นต้น เพื่อทำให้การศึกษาเจริญก้าวหน้าทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไปตามความสนใจใคร่รู้และเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริง

Share